[code geass fiction] H A t E ? #1

posted on 27 Dec 2008 17:20 by yonlytwin
 


YAOI ALERT!!!













[Code Geass Fiction] H A t E ? #1

Pairing: Kururugi Suzaku x Lelouch Lamperouge
Authors: Zuna_Zano Ichikawa Twin

For Dear Vinn-sama,
From Zuna&Zano 


Warning SPOIL!!, NC-18, Explicit Yaoi, SM (?)


-----------------------------------------------------

พร่ำบอกทุกครั้งที่เห็น
ว่าจากนี้ไป จะเป็นผู้ที่เกลียดชังที่สุด
พร่ำบอกทุกครั้งที่ได้ยิน
ว่าจากนี้ไป จะเป็นเสียงที่รังเกียจที่สุด

-----------------------------------------------------

ลูลูชตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกำลังคุยกับใครสักคนผ่านโทรศัพท์
พื้นไม้เย็นและแข็งไม่เหมาะสมกับการเป็นที่สำหรับนอนสักเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงขึ้นได้ถึงฐานะในขณะนี้ของตนเองก็พอจะทำความเข้าใจและยอมรับได้ หรือถ้าจะเรียกให้ถูก ก็คือมันเหมาะสมแล้ว

"หนึ่งอาทิตย์? ช้าไปหรือเปล่าครับ... นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนหรอกหรือครับ?"

"ครับ ไม่ขัดข้องหรอกครับ ได้ครับ"

"ขอบคุณมากครับ"



ดวงตาสีม่วงกวาดมองตู้เสื้อผ้าซึ่งทำจากไม้หยาบๆ ไสแล้วต่อเป็นตู้สูงและแคบพอๆ กับตู้ล็อคเกอร์ตรงหน้า ก่อนจะพยายามบิดตัวไปทางซ้ายเพื่อพบว่าทั้งมือ และเท้า รวมถึงหัวเข่าทั้งสองข้างถูกรวบและมัดติดกันไว้ และพอกระพริบตาเพื่อจะมองให้ชัดเจน ก็พบว่าดวงตาข้างซ้ายถูกปิดไว้ด้วย
เขาถอนใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยกับคนที่เจอเรื่องอะไรมามากมายกับดวงตาข้างนี้แบบสึซาคุ

เจ้าตัวที่เดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือในมือมองเห็นเขาที่ได้สติแล้วและกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากทักแต่อย่างใด ดวงตาสีเขียวเพียงเหลือบมอง และเดินผ่านใบหน้าของเขาไปเสียบสายชาร์ตกับมือถืออย่างเงียบเชียบ
เสียงปี๊บอันหมายถึงการเติมเต็มพลังงานของเครื่องมือก่อกำเนิดมะเร็งทางอ้อมดังขึ้นทำลายความเงียบงันของห้อง

ร่างที่นอนอยู่กับพื้นเอ่ยขึ้นก่อน ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ช้า และเย้ยหยัน ราวกับว่าไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบดังที่เห็นแต่อย่างใด "ที่นี่คือ?"
"ห้องของผมเอง" สึซาคุก็กล้าที่จะตอบกลับด้วยเสียงเรียบเฉยและสีหน้าที่ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ ดวงตาทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่หน้าหนังสือที่ปกเขียนว่า 'วิธีการรับมือเจ้าเหมียว 108 อย่าง' แม้ว่าจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเห็นอะไรได้มากกว่าตู้ไม้ก็ตาม
ลูลูชยังไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เพียงพยายามชันคางขึ้นเพื่อจะได้เหลียวดูรอบห้อง ห้องที่เคยคิดมานานว่าจะต้องมีสักวันที่ได้มาเยือน แต่พอวันที่หวังมาถึง กลับไม่ได้มา ในสถานะที่อยากจะมา
และเจ้าของห้องนี้ ก็ไม่ได้มีสถานะเดิมกับเจ้าของห้องที่อยากมาเยือนเมื่อครั้งนั้นอีกแล้ว


"ไม่ส่งไปบริตาเนียล่ะ ฉันน่ะ?"
"ภาคีก่อเรื่องวุ่นวายไว้มาก จักรพรรดิต้องทำให้เหตุการณ์เรียบร้อยซะก่อน จึงเหลือเวลาไว้หนึ่งอาทิตย์สำหรับการส่งตัวเธอ"
ร่างบนพื้นแค่นเสียงหึในลำคอ พยายามบิดกายจนกระทั่งสามารถพลิกกลับมานอนหงายได้ในที่สุด

"ไม่ถามรึ? เรื่องของยูฟีเมีย?"


เป็นไปตามคาดเมื่อดวงตาสีอ่อนบนใบหน้าเคร่งขรึมวาวโรจน์ขึ้นและละสายตาจากหน้ากระดาษลงมาที่ผู้ถาม เขาแทบจะหลุดหัวเราะเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าขบกรามแน่น แต่ในวินาทีถัดมา ลูลูชก็พบว่าผิดไปจากที่คาดไว้

"ตอนนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับคำถามนั้น" ทหารหนุ่มตอบเรียบๆ แล้วกลับไปใส่ใจหนังสือตามเดิม


คำตอบนั้น สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งกว่าการกระทำใดๆ



นั่นก็คือไม่ว่าคำตอบของลูลูชจะเป็นเช่นไร ความเคียดแค้นของสึซาคุก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

-----------------------------------------------------


ลูลูชสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายเป็นครั้งที่ห้าของคืนนี้
ครั้งแรกที่รู้สึกตัวนั้น เขาเผลอคิดไปเสียด้สยซ้ำว่านี่อาจจะเป็นคืนของวันใหม่ เพราะความฝันอันโหดร้ายช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี แต่เมื่อมองเห็นผ้าปูเตียงสีขาวโดดเด่นกลางความมืดผ่านหยาดเหงื่อบนเปลือกตาขวาของตนแล้ว ลูลูชจึงรู้ได้ในวินาทีนั้น ---เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาว่า ค่ำคืนนี้ยังไม่ผ่านพ้นไป และยังไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำสำหรับการลืมตาตื่นจากฝันร้ายรอบที่เพิ่งผ่านมา
เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงเข้มกลืนน้ำลายผ่านลำคอแห้งผาก รู้สึกถึงความเสียดแสบในช่องท้อง ท่าทางกระเพาะอาหารของเขาคงกำลังเรียกร้องขอบางสิ่งมาย่อยแทนผนังของตัวเองอยู่ แต่ความเจ็บปวดเล็กน้อยทางร่างกายนั้น เทียบไม่ได้เลยกับฝันร้ายเมื่อสองสามนาทีที่แล้ว

ภาพของน้องสาวที่สลบไสลบนรถเข็นซึ่งทำได้แค่มองรอยยิ้มอันชั่วร้ายของคนเข็นเบื้องหลังโดยไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้กระทั่งการเอื้อมมือเข้าไปหานั้น ทำให้ลูลูชในความฝันกรีดร้อง และทำให้ลูลูชในความเป็นจริงปวดร้าวทรมาน..
ยิ่งคิดถึงหัวใจก็เบปวดราวกับถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ดวงตาสีม่วงเข้มมองจากผ้าปูเตียงสีขาวขึ้นไป เมื่อพบว่าเจ้าของเตียงไม่ได้อยู่ตรงนั้น หรือในห้องนี้ ก็ค่อยเบาใจไปโข จากนั้นจึงบิดกายเล็กน้อย พยายามใช้มุมของตู้ไม้ที่ทำขึ้นอย่างไม่ปราณีตนั้นเป็นประโยชน์ ค่อยๆ ถูเชือกที่ข้อมือออกอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าส่วนที่แหลมคมพอที่จะตัดเชือกออกได้นั้นมีไม่มาก แต่ถึงกระนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเชือกก็ค่อยๆ ขาด และคลายหลุดออกมาในที่สุด
หัวใจราวกับติดปีกลิงโลด ชายหนุ่มเอื้อมมือแกะเชือกที่หัวเข่าและข้อเท้าด้วยมือที่ถูกเสี้ยนไม้ตำด้วยความเร็วจนเจ็บแผล แต่หากเทียบกับการหนีรอดไปได้เพื่อคนสำคัญนั้น ความเจ็บปวดเท่านั้นก็เรียกได้เต็มปากว่าเป็นเรื่องเล็ก เมื่อรู้สึกถึงการหลุดออกของเชือกที่ข้อเท้าและรู้สึกถึงอิสระนั้น ลูลูชแทบจะได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจที่รัวเร็วแทบกระเด็นออกมานอกอก

เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะยังไงแค่หนีรอดออกไปเท่านี้ ก็มีหนทางช่วยนานาลี่ได้
ขอแค่ไม่ถูกจับไว้ที่นี่ ขอแค่ไม่ใช่สึซาคุ หมากในกระดานก็มีทางพลิกขึ้นมาชนะได้ เพราะยังเหลือหมากคิงอีกหนึ่งตัว!


แต่เมื่อวินาทีต่อมาที่เขายืนขึ้น และกำลังดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งความสุขสั้นๆ นั้น

โลกทั้งโลกก็หมุนกลับหัว

ลูลูชตกใจเสียกระทั่งเปล่งเสียงร้องไม่ออก เสี้ยววินาทีถัดมาเขาก็ถูกกดกระแทกหน้าอย่างแรงลงกับผืนเตียง แขนขวาถูกพลิกกลับไปกดไว้ข้างหลังสร้างความเจ็บแปลบให้ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บใจยิ่งกว่านั้น คือประโยคและน้ำเสียงที่ดังตามมาจากเบื้องหลัง
"นั่นเธอคิดที่จะทำอะไรน่ะ ลูลูช"
เป็นประโยคที่ไม่มีคำพูดอันเจ็บแสบอะไรเลย ออกจะเป็นน้ำเสียงเรียบเฉยเสียด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้ลูลูชขมวดคิ้วกัดฟันแน่น ไม่รู้ว่าควรจะเจ็บใจสึซาคุที่เข้ามาจังหวะนี้พอดีดี หรือจะเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรชักช้าจนกระทั่งถูกจับได้แบบนี้ดี
แต่จะยังไงทั้งสองทาง ก็จบลงที่การเสียอิสรภาพอีกครั้งของเขาจนได้

"ผมถามเธอไม่ใช่เหรอ?" คำถามนั้นมาพร้อมกับสัมผัสของมือทั้งสองข้างที่แขนขวากับศีรษะกดแน่นขึ้นอีก ลูลูชหอบหายใจ รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่อาจปิดบังอีกฝ่ายได้ จึงพยายามเงยใบหน้าขึ้นกัดฟันพูด
"ฉันจะไปช่วยนานาลี่.."

ไม่รู้ทำไม เมื่อสึซาคุได้ยินคำตอบนั้น มือที่กดไว้อยู่ แม้จะยังไม่ปล่อยออกแต่ก็ชะงักไปชั่วขณะ

"เธอจะไปช่วยนานาลี่"
นานทีเดียวกว่าคำพูดประโยคนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปากของอีกฝ่ายได้ ลูลูชฟังว่าประโยคนั้นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบแต่อย่างใด แต่เขาก็พยักหน้า
"ทำไมล่ะ"
คำถามนั้นช่างฟังดูโง่เง่าเหลือเกิน "เพราะนานาลี่เป็นน้องสาวของฉัน เป็นคนสำคัญของฉันน่ะสิ"




"อย่างนั้นหรอกรึ"

ทันใดนั้นเอง มือที่กดแขนอยู่ก็กดหนักลงมาอีกจนกระดูกแทบหัก มือขวาที่กดศีรษะขยุ้มเส้นผมสีดำดึงขึ้นจนใบหน้าตื่นตระหนกหงายเงยมาตามมือ ใบหน้าคมเข้ามาแนบชิดใบหู เอ่ยถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนการเค้นเสียงออกจากลำคออย่างรุนแรง

"เธอมีคนสำคัญคือนานาลี่ แล้วคนอื่นๆ ไม่มีคนสำคัญบ้างอย่างนั้นหรือ เธอถึงได้ทำร้ายเข่นฆ่าพวกเขาได้ลง"

นัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้าง โดยไม่ทันรู้ตัวริมฝีปากก็สั่นระริก
อีกฝ่ายยังคงเอ่ยต่อ มือที่กำผมดำราวปีกกาเอาไว้นั้นดึงแน่นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ "เธอมีสิทธิอะไรพรากชีวิตยูฟี่? มีสิทธิอะไรพรากชีวิตพ่อของเชอร์ลี่ย์? เธอมีสิทธิ มีอำนาจอะไรในการพรากชีวิตคนสำคัญของคนอื่นไปกัน!!"

ประโยคสุดท้ายมาพร้อมกับการกระชากที่รุนแรงจนร่างกายท่อนบนถูกยกตามขึ้นมา ลูลูชอ้าปากหอบหายใจด้วยความเจ็บปวด มองเห็นดวงตาสีเขียวที่วาวโรจน์จากหางตา
ไม่อาจทำสิ่งใดได้มากไปเกินกว่านั้น ลูลูชรู้ดีว่านั่นเป็นความผิดของเขา รู้ดีว่าสึซาคุไม่มีวันให้อภัย ไม่อาจพูดอะไรออกไปได้และไม่คิดที่จะพูดด้วย

ถึงจะอย่างนั้น

นานาลี่.....



"........ขอแค่นานาลี่"
น้ำเสียงปะปนด้วยลมหายใจหอบเหนื่อยนั้นแผ่วเบาแต่หนักแน่นมั่นคง สึซาคุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องใบหน้าอันซีดเซียวใต้แสงสลัวยามค่ำคืน นัยน์ตาข้างขวาซึ่งเมื่อตกอยู่ในความมืดแล้วก็กลายเป็นสีคราม
สึซาคุในเวลานั้น ได้แต่คิดว่ามันไม่คุ้นเลย

"นานาลี่เอง ก็เป็นคนสำคัญของนาย.... จะช่วยนานาลี่ได้ไหม ขอแค่นานาลี่...เพียงคนเดียว.."

ประโยคนั้นสั่นสะท้านเขา

ความโกรธพุ่งพลุ้งพล่านอย่างรุนแรง วินาทีถัดมาสึซาคุก็คว้าเข้าที่ลำคอของลลูช กดอีกฝ่ายไว้แน่นตรงนั้นจนได้ยินเสียงสำลักในลำคอ พร้อมกันนั้น เขาก็ได้ยินเสียงคำรามของแรงโทสะเป็นดั่งพายุกระหน่ำอยู่ในหัว


"คำพูดเห็นแก่ตัวแบบนั้น พูดออกมาได้ยังไง!!"
ทั้งที่ยูฟี่ต้องตายไปก็เพราะเธอ พ่อของเชอร์ลี่ย์ต้องตายไปเพราะเธอ คนที่รัก คนสำคัญ คนที่ไม่สามารถทดแทนได้ของคนอีกหลายคน ทั้งหมดนั่นจะไม่มีวันได้พบกันอีกครั้ง นั่นก็เป็นเพราะเธอ
แล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่า เพียงแค่คนสำคัญของเธอคนนั้นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยากให้เหลือรอด ทั้งที่เธอเข่นฆ่า พรากจาก และทำลายมานั