[code geass fiction] H A t E ? #1

posted on 27 Dec 2008 17:20 by yonlytwin
 


YAOI ALERT!!!













[Code Geass Fiction] H A t E ? #1

Pairing: Kururugi Suzaku x Lelouch Lamperouge
Authors: Zuna_Zano Ichikawa Twin

For Dear Vinn-sama,
From Zuna&Zano 


Warning SPOIL!!, NC-18, Explicit Yaoi, SM (?)


-----------------------------------------------------

พร่ำบอกทุกครั้งที่เห็น
ว่าจากนี้ไป จะเป็นผู้ที่เกลียดชังที่สุด
พร่ำบอกทุกครั้งที่ได้ยิน
ว่าจากนี้ไป จะเป็นเสียงที่รังเกียจที่สุด

-----------------------------------------------------

ลูลูชตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกำลังคุยกับใครสักคนผ่านโทรศัพท์
พื้นไม้เย็นและแข็งไม่เหมาะสมกับการเป็นที่สำหรับนอนสักเท่าไหร่ แต่พอนึกถึงขึ้นได้ถึงฐานะในขณะนี้ของตนเองก็พอจะทำความเข้าใจและยอมรับได้ หรือถ้าจะเรียกให้ถูก ก็คือมันเหมาะสมแล้ว

"หนึ่งอาทิตย์? ช้าไปหรือเปล่าครับ... นี่ไม่น่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วนหรอกหรือครับ?"

"ครับ ไม่ขัดข้องหรอกครับ ได้ครับ"

"ขอบคุณมากครับ"



ดวงตาสีม่วงกวาดมองตู้เสื้อผ้าซึ่งทำจากไม้หยาบๆ ไสแล้วต่อเป็นตู้สูงและแคบพอๆ กับตู้ล็อคเกอร์ตรงหน้า ก่อนจะพยายามบิดตัวไปทางซ้ายเพื่อพบว่าทั้งมือ และเท้า รวมถึงหัวเข่าทั้งสองข้างถูกรวบและมัดติดกันไว้ และพอกระพริบตาเพื่อจะมองให้ชัดเจน ก็พบว่าดวงตาข้างซ้ายถูกปิดไว้ด้วย
เขาถอนใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยกับคนที่เจอเรื่องอะไรมามากมายกับดวงตาข้างนี้แบบสึซาคุ

เจ้าตัวที่เดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือในมือมองเห็นเขาที่ได้สติแล้วและกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากทักแต่อย่างใด ดวงตาสีเขียวเพียงเหลือบมอง และเดินผ่านใบหน้าของเขาไปเสียบสายชาร์ตกับมือถืออย่างเงียบเชียบ
เสียงปี๊บอันหมายถึงการเติมเต็มพลังงานของเครื่องมือก่อกำเนิดมะเร็งทางอ้อมดังขึ้นทำลายความเงียบงันของห้อง

ร่างที่นอนอยู่กับพื้นเอ่ยขึ้นก่อน ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ช้า และเย้ยหยัน ราวกับว่าไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบดังที่เห็นแต่อย่างใด "ที่นี่คือ?"
"ห้องของผมเอง" สึซาคุก็กล้าที่จะตอบกลับด้วยเสียงเรียบเฉยและสีหน้าที่ไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ ดวงตาทั้งคู่จับจ้องอยู่ที่หน้าหนังสือที่ปกเขียนว่า 'วิธีการรับมือเจ้าเหมียว 108 อย่าง' แม้ว่าจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเห็นอะไรได้มากกว่าตู้ไม้ก็ตาม
ลูลูชยังไม่ได้พูดอะไรต่อในทันที เพียงพยายามชันคางขึ้นเพื่อจะได้เหลียวดูรอบห้อง ห้องที่เคยคิดมานานว่าจะต้องมีสักวันที่ได้มาเยือน แต่พอวันที่หวังมาถึง กลับไม่ได้มา ในสถานะที่อยากจะมา
และเจ้าของห้องนี้ ก็ไม่ได้มีสถานะเดิมกับเจ้าของห้องที่อยากมาเยือนเมื่อครั้งนั้นอีกแล้ว


"ไม่ส่งไปบริตาเนียล่ะ ฉันน่ะ?"
"ภาคีก่อเรื่องวุ่นวายไว้มาก จักรพรรดิต้องทำให้เหตุการณ์เรียบร้อยซะก่อน จึงเหลือเวลาไว้หนึ่งอาทิตย์สำหรับการส่งตัวเธอ"
ร่างบนพื้นแค่นเสียงหึในลำคอ พยายามบิดกายจนกระทั่งสามารถพลิกกลับมานอนหงายได้ในที่สุด

"ไม่ถามรึ? เรื่องของยูฟีเมีย?"


เป็นไปตามคาดเมื่อดวงตาสีอ่อนบนใบหน้าเคร่งขรึมวาวโรจน์ขึ้นและละสายตาจากหน้ากระดาษลงมาที่ผู้ถาม เขาแทบจะหลุดหัวเราะเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าขบกรามแน่น แต่ในวินาทีถัดมา ลูลูชก็พบว่าผิดไปจากที่คาดไว้

"ตอนนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับคำถามนั้น" ทหารหนุ่มตอบเรียบๆ แล้วกลับไปใส่ใจหนังสือตามเดิม


คำตอบนั้น สื่อความหมายได้ชัดเจนยิ่งกว่าการกระทำใดๆ



นั่นก็คือไม่ว่าคำตอบของลูลูชจะเป็นเช่นไร ความเคียดแค้นของสึซาคุก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

-----------------------------------------------------


ลูลูชสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายเป็นครั้งที่ห้าของคืนนี้
ครั้งแรกที่รู้สึกตัวนั้น เขาเผลอคิดไปเสียด้สยซ้ำว่านี่อาจจะเป็นคืนของวันใหม่ เพราะความฝันอันโหดร้ายช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี แต่เมื่อมองเห็นผ้าปูเตียงสีขาวโดดเด่นกลางความมืดผ่านหยาดเหงื่อบนเปลือกตาขวาของตนแล้ว ลูลูชจึงรู้ได้ในวินาทีนั้น ---เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาว่า ค่ำคืนนี้ยังไม่ผ่านพ้นไป และยังไม่ถึงสามชั่วโมงด้วยซ้ำสำหรับการลืมตาตื่นจากฝันร้ายรอบที่เพิ่งผ่านมา
เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงเข้มกลืนน้ำลายผ่านลำคอแห้งผาก รู้สึกถึงความเสียดแสบในช่องท้อง ท่าทางกระเพาะอาหารของเขาคงกำลังเรียกร้องขอบางสิ่งมาย่อยแทนผนังของตัวเองอยู่ แต่ความเจ็บปวดเล็กน้อยทางร่างกายนั้น เทียบไม่ได้เลยกับฝันร้ายเมื่อสองสามนาทีที่แล้ว

ภาพของน้องสาวที่สลบไสลบนรถเข็นซึ่งทำได้แค่มองรอยยิ้มอันชั่วร้ายของคนเข็นเบื้องหลังโดยไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้กระทั่งการเอื้อมมือเข้าไปหานั้น ทำให้ลูลูชในความฝันกรีดร้อง และทำให้ลูลูชในความเป็นจริงปวดร้าวทรมาน..
ยิ่งคิดถึงหัวใจก็เบปวดราวกับถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ดวงตาสีม่วงเข้มมองจากผ้าปูเตียงสีขาวขึ้นไป เมื่อพบว่าเจ้าของเตียงไม่ได้อยู่ตรงนั้น หรือในห้องนี้ ก็ค่อยเบาใจไปโข จากนั้นจึงบิดกายเล็กน้อย พยายามใช้มุมของตู้ไม้ที่ทำขึ้นอย่างไม่ปราณีตนั้นเป็นประโยชน์ ค่อยๆ ถูเชือกที่ข้อมือออกอย่างระมัดระวัง
แม้ว่าส่วนที่แหลมคมพอที่จะตัดเชือกออกได้นั้นมีไม่มาก แต่ถึงกระนั้นเมื่อเวลาผ่านไปเชือกก็ค่อยๆ ขาด และคลายหลุดออกมาในที่สุด
หัวใจราวกับติดปีกลิงโลด ชายหนุ่มเอื้อมมือแกะเชือกที่หัวเข่าและข้อเท้าด้วยมือที่ถูกเสี้ยนไม้ตำด้วยความเร็วจนเจ็บแผล แต่หากเทียบกับการหนีรอดไปได้เพื่อคนสำคัญนั้น ความเจ็บปวดเท่านั้นก็เรียกได้เต็มปากว่าเป็นเรื่องเล็ก เมื่อรู้สึกถึงการหลุดออกของเชือกที่ข้อเท้าและรู้สึกถึงอิสระนั้น ลูลูชแทบจะได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจที่รัวเร็วแทบกระเด็นออกมานอกอก

เพียงเท่านี้ ไม่ว่าจะยังไงแค่หนีรอดออกไปเท่านี้ ก็มีหนทางช่วยนานาลี่ได้
ขอแค่ไม่ถูกจับไว้ที่นี่ ขอแค่ไม่ใช่สึซาคุ หมากในกระดานก็มีทางพลิกขึ้นมาชนะได้ เพราะยังเหลือหมากคิงอีกหนึ่งตัว!


แต่เมื่อวินาทีต่อมาที่เขายืนขึ้น และกำลังดื่มด่ำช่วงเวลาแห่งความสุขสั้นๆ นั้น

โลกทั้งโลกก็หมุนกลับหัว

ลูลูชตกใจเสียกระทั่งเปล่งเสียงร้องไม่ออก เสี้ยววินาทีถัดมาเขาก็ถูกกดกระแทกหน้าอย่างแรงลงกับผืนเตียง แขนขวาถูกพลิกกลับไปกดไว้ข้างหลังสร้างความเจ็บแปลบให้ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บใจยิ่งกว่านั้น คือประโยคและน้ำเสียงที่ดังตามมาจากเบื้องหลัง
"นั่นเธอคิดที่จะทำอะไรน่ะ ลูลูช"
เป็นประโยคที่ไม่มีคำพูดอันเจ็บแสบอะไรเลย ออกจะเป็นน้ำเสียงเรียบเฉยเสียด้วยซ้ำ แต่กลับทำให้ลูลูชขมวดคิ้วกัดฟันแน่น ไม่รู้ว่าควรจะเจ็บใจสึซาคุที่เข้ามาจังหวะนี้พอดีดี หรือจะเจ็บใจตัวเองที่ทำอะไรชักช้าจนกระทั่งถูกจับได้แบบนี้ดี
แต่จะยังไงทั้งสองทาง ก็จบลงที่การเสียอิสรภาพอีกครั้งของเขาจนได้

"ผมถามเธอไม่ใช่เหรอ?" คำถามนั้นมาพร้อมกับสัมผัสของมือทั้งสองข้างที่แขนขวากับศีรษะกดแน่นขึ้นอีก ลูลูชหอบหายใจ รู้ดีอยู่แล้วว่าไม่อาจปิดบังอีกฝ่ายได้ จึงพยายามเงยใบหน้าขึ้นกัดฟันพูด
"ฉันจะไปช่วยนานาลี่.."

ไม่รู้ทำไม เมื่อสึซาคุได้ยินคำตอบนั้น มือที่กดไว้อยู่ แม้จะยังไม่ปล่อยออกแต่ก็ชะงักไปชั่วขณะ

"เธอจะไปช่วยนานาลี่"
นานทีเดียวกว่าคำพูดประโยคนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปากของอีกฝ่ายได้ ลูลูชฟังว่าประโยคนั้นเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบแต่อย่างใด แต่เขาก็พยักหน้า
"ทำไมล่ะ"
คำถามนั้นช่างฟังดูโง่เง่าเหลือเกิน "เพราะนานาลี่เป็นน้องสาวของฉัน เป็นคนสำคัญของฉันน่ะสิ"




"อย่างนั้นหรอกรึ"

ทันใดนั้นเอง มือที่กดแขนอยู่ก็กดหนักลงมาอีกจนกระดูกแทบหัก มือขวาที่กดศีรษะขยุ้มเส้นผมสีดำดึงขึ้นจนใบหน้าตื่นตระหนกหงายเงยมาตามมือ ใบหน้าคมเข้ามาแนบชิดใบหู เอ่ยถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนการเค้นเสียงออกจากลำคออย่างรุนแรง

"เธอมีคนสำคัญคือนานาลี่ แล้วคนอื่นๆ ไม่มีคนสำคัญบ้างอย่างนั้นหรือ เธอถึงได้ทำร้ายเข่นฆ่าพวกเขาได้ลง"

นัยน์ตาสีม่วงเบิกกว้าง โดยไม่ทันรู้ตัวริมฝีปากก็สั่นระริก
อีกฝ่ายยังคงเอ่ยต่อ มือที่กำผมดำราวปีกกาเอาไว้นั้นดึงแน่นและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ "เธอมีสิทธิอะไรพรากชีวิตยูฟี่? มีสิทธิอะไรพรากชีวิตพ่อของเชอร์ลี่ย์? เธอมีสิทธิ มีอำนาจอะไรในการพรากชีวิตคนสำคัญของคนอื่นไปกัน!!"

ประโยคสุดท้ายมาพร้อมกับการกระชากที่รุนแรงจนร่างกายท่อนบนถูกยกตามขึ้นมา ลูลูชอ้าปากหอบหายใจด้วยความเจ็บปวด มองเห็นดวงตาสีเขียวที่วาวโรจน์จากหางตา
ไม่อาจทำสิ่งใดได้มากไปเกินกว่านั้น ลูลูชรู้ดีว่านั่นเป็นความผิดของเขา รู้ดีว่าสึซาคุไม่มีวันให้อภัย ไม่อาจพูดอะไรออกไปได้และไม่คิดที่จะพูดด้วย

ถึงจะอย่างนั้น

นานาลี่.....



"........ขอแค่นานาลี่"
น้ำเสียงปะปนด้วยลมหายใจหอบเหนื่อยนั้นแผ่วเบาแต่หนักแน่นมั่นคง สึซาคุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องใบหน้าอันซีดเซียวใต้แสงสลัวยามค่ำคืน นัยน์ตาข้างขวาซึ่งเมื่อตกอยู่ในความมืดแล้วก็กลายเป็นสีคราม
สึซาคุในเวลานั้น ได้แต่คิดว่ามันไม่คุ้นเลย

"นานาลี่เอง ก็เป็นคนสำคัญของนาย.... จะช่วยนานาลี่ได้ไหม ขอแค่นานาลี่...เพียงคนเดียว.."

ประโยคนั้นสั่นสะท้านเขา

ความโกรธพุ่งพลุ้งพล่านอย่างรุนแรง วินาทีถัดมาสึซาคุก็คว้าเข้าที่ลำคอของลลูช กดอีกฝ่ายไว้แน่นตรงนั้นจนได้ยินเสียงสำลักในลำคอ พร้อมกันนั้น เขาก็ได้ยินเสียงคำรามของแรงโทสะเป็นดั่งพายุกระหน่ำอยู่ในหัว


"คำพูดเห็นแก่ตัวแบบนั้น พูดออกมาได้ยังไง!!"
ทั้งที่ยูฟี่ต้องตายไปก็เพราะเธอ พ่อของเชอร์ลี่ย์ต้องตายไปเพราะเธอ คนที่รัก คนสำคัญ คนที่ไม่สามารถทดแทนได้ของคนอีกหลายคน ทั้งหมดนั่นจะไม่มีวันได้พบกันอีกครั้ง นั่นก็เป็นเพราะเธอ
แล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่า เพียงแค่คนสำคัญของเธอคนนั้นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยากให้เหลือรอด ทั้งที่เธอเข่นฆ่า พรากจาก และทำลายมานักต่อนักแล้วอย่างนั้นรึ

"คนที่จะเจ็บปวดหากต้องแยกจากกับคนที่รัก มีเพียงเธอคนเดียวบนโลกนี้หรือยังไงกัน!!"


เห็นแก่ตัวอะไรอย่างนี้ ร้ายกาจอะไรอย่างนี้
ยังเป็นเธอจริงๆ หรือเปล่า ใช่คนที่ผมเคยพบสมัยยังเป็นเด็กจริงๆ หรือ ใช่คนที่ส่งรอยยิ้มให้กันในห้องสภานักเรียนจริงๆ หรือ
หรือว่า.. ตัวเธอที่ผมเคยเจอนั้น ....ไม่มีอยู่ ..แต่แรกแล้ว...




สัมผัสหนักๆ ที่กดลงบนซอกคอ ตามมาด้วยความเจ็บแปลบบริเวณนั้นทำให้ลูลูชสะดุ้งเฮือก

ในสมองตื้อชาและเต็มไปด้วยความงงงัน ผสานปนเปกับความตื่นตระหนก และมันยิ่งทวีคูณยิ่งขึ้นจนต้องร้องออกมาเมื่อมือแข็งแรงทั้งสองข้างกดร่างของเขาลงกับผ้าปูเตียง
ลูลูชดิ้นพราดอยู่ใต้ร่างหนักๆ ของอีกฝ่าย เปล่งเสียงร้องห้ามสั่นระรัวเมื่อเสื้อที่สวมอยู่ถูกฉีกกระชากออกโดยไม่สามารถหยุดได้แม้แต่น้อย ทำไมจะไม่รู้ว่าสึซาคุตั้งใจจะทำอะไร เพราะอย่างนั้นจึงต้องห้ามปราม
เป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ หรือต่อให้เป็นศัตรูกันไปแล้ว ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ทั้งเขาและสึซาคุต่างก็เป็นผู้ชาย!
และยิ่งกว่าเหตุผลอื่นใดนั้น การกระทำแบบนี้โดยไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรู้สึกที่เรียกว่ารัก นั่นน่ะมัน...

มือข้างหนึ่งหลุดออกมาได้เพราะการดิ้นรนอย่างสุดชีวิต และฟาดเพียะเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายจนหันไปอีกทาง
สึซาคุชะงักงัน เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นทั้งมวลพลันหยุดลงตรงนั้น ร่างผอมบางของลูลูชอาศัยจังหวะนั้นผลักร่างที่ทับตนเองอยู่แล้วถลาออกมา หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่น
ยังไม่ทันจะลงจากเตียงทัน ข้อเท้าก็ถูกคว้ามาได้ด้วยแรงกระชากยิ่งกว่าเก่า ความหวาดผวาจนหลุดออกมาเป็นเสียงผ่านลำคอเช่นกันกับกางเกงที่ถูกกระชากออก

ริมฝีปากร้อนๆ ทาบแนบแผ่นอกเปล่าเปลือย และหลังจากนั้นก็ขบกัดบนผิวเนื้อจนปวดแปลบ ร่างเบื้องล่างขยับดิ้นรน แต่มือทั้งสองข้างกลับถูกรวบไว้เหนือศีรษะแล้วผูกไว้ด้วยชิ้นส่วนใดส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าที่หลุดไปแล้วของตัวเอง ขาทั้งสองข้าง แม้จะพยายามสักเท่าไหร่ก็ถูกจับแยกออกแล้วแแทรกกลางด้วยร่างของอีกฝ่าย
ดวงตาสีมรกตในความมืดนั้น กลายเป็นสีครึ้มราวกับเมฆฝนที่กำลังคล้อยต่ำ

ลูลูชในเวลานั้น ได้แต่คิดว่ามันไม่คุ้นเลย




ปลายนิ้วแรกที่ชำแรกลึกลงในร่างสร้างความเจ็บปวดให้อย่างมากมายจนต้องกัดริมฝีปากไว้เพื่อไม่ให้เปล่งเสียงใดออกจากลำคอ
และถึงแม้จะเป็นเพียงนิ้ว แต่ก็ปราศจากความอ่อนโยน
และเพราะอย่างนั้น แม้ว่าร่างกายจะสั่นระริก หรือความหวาดกลัวท่วมท้นหัวใจเพียงไร แค่เพียงใบหน้าอันเรียบราบไร้อารมณ์ที่อีกฝ่ายแสดงออกมาพร้อมกับการกระทำที่ไม่ต่างอะไรกับการข่มขืนนั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรง.. หรือเรียกได้ว่า ไม่มีใจจะหนีอีกแล้ว..



"นาย ไม่ได้รักเธอหรอกหรือ"

คำพูดที่หลุดออกมาจากริมฝีปากไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายหยุด สึซาคุโน้มตัวเข้ามากดจูบหนักๆ ที่แผ่นอกแล้วขบกัดมันจนเป็นรอยแดงช้ำ ร่างกายบอบบางเกร็งสั่นสะท้าน มือที่ถูกพันธนาการทั้งสองข้างกดแน่นกับผ้าปูที่นอน ก่อนที่จะกัดฟันแข็งใจพูดต่อ

"นาย.... ไม่ได้รักยูฟีเมีย หรอกหรือ?"

ปลายนิ้วในร่างถูกถอนออก สร้างเสียงหอบหายใจหนักๆ จากลูลูชได้ไม่น้อย

"รักสิ"
คำตอบนั้นน่าแปลก คนอย่างสึซาคุที่น่าจะอายกับการพูดถึงคำนี้ กลับเป็นลูลูชเสียเองที่ต้องเบือนหน้าหนี



"ถ้าอย่างนั้น การกระทำนี้มันก็ผิด... เพราะนายรักยูฟีเมีย.."


ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทน


และมันก็ผิด เพราะนายไม่ได้รักฉัน


ไม่มีคำตอบใดๆ จากสึซาคุ นอกจากมือข้างหนึ่งที่ยื่นเข้ามา บรรจงประทับบนใบหน้าของอีกฝ่าย
ตามด้วยรอยจุมพิต
และการถอนออก เพื่อให้ใบหน้าอันเย็นชานั้นได้ปรากฎให้อีกฝ่ายเห็นอย่างชัดเจน



"รู้บ้างหรือเปล่า ลูลูช"

น้ำตาหยาดหยด จากดวงตาข้างขวาที่ไม่ได้ถูกปิดบังไว้






"ผมรักยูฟี่ไปพร้อมๆ กับที่มีอะไรกับเธอทั้งความเกลียดชังได้"




To be continue



TALK:
.......แต่งยังไม่จบ.......


*หนีสหบาทา*
TT TT ขออภัยจริงๆ ค่ะ เริ่มตื้อตัน *หัวเราะ* และเมื่อประมาณสามสี่นาทีที่ผ่านมา ได้รับสายตรงจากท่านพ่อท่านว่ากำลังจะมาถึงแล้วค่ะ =w=;;; ไม่มีเวลาต่อแล้ว
(ถ้าให้ท่านๆ เห็นว่าลูกสาวตัวเองแต่งอะไรอยู่ล่ะก็ *หัวเราะเหอๆ* ไม่ดี.... ไม่ดี....)
กลายเป็นว่าต้องรอต่อหลังปีใหม่ไปซะงั้น =w=;; ขอโทษจริงๆ นะคะ วินน์ซามะ

อายุมากขึ้นอีกปีแล้ว (เฮ~ เฮ~) ขอให้มีแต่ความสุข คิดอะไรก็สมหวังสมปรารถนานะคะ XD เจ้าชายของซึนาโกะ
ขอให้อยากได้อะไรก็ขอให้ได้ สอบติดที่ดีๆ จะได้หายจิตตกบ่อยๆ เป็นวินน์ซังที่ร่าเริงเหมือนเดิมนะฮะ ^^


เคยบอกไว้ว่าอยากจะแต่งฟิคกีอัสที่รั่วๆ ไปเลยเท่านั้น แต่คราวนี้ต้องขอเป็นกรณียกเว้น เพราะวินน์ซามะขอมานะคะ XD (เอาไว้แฝดบ้าเบย์เอย์เมื่อไหร่อาจแต่งคู่นั้นให้แทน *หัวเราะ*)
ฟิคโดะเอสโดะเอ็มแต่งยาก โดยเฉพาะลูลู่ที่ต้องพยายามคิดแล้วคิดอีกว่าทำยังไงจะดูเหมือนไม่เอ็มดีค่ะ *หัวเราะ* เขียนปุ๊บ ลบใหม่ เขียนปุ๊บ ลบใหม่ เพราะแต่ละคำนี่อย่างกับเธอยินดีจะโดนเอส (ฮา!!!)

เวลาจะทอล์คไม่ค่อยมีค่ะ *หัวเราะ*เอาเป็นว่า กรุณายกโทษให้แล้วรอตอนต่อหลังปีใหม่ด้วยนะคะ ^[]^;;;;

ขอบคุณมากค่า
อ่านให้สนุกนะงับ :3

Zunako & Zanoto

ป.ล. ช่วงนี้ไม่ได้บ้าแค่เฮียเหอ บ้าโวคัลลอยด์ด้วยค่ะ น้องเร็นนนนน น่าร๊ากกกกก ><
ป.ล.2 HBD เรียวมะจัง วันที่ 24 พี่สาวขอโทษนะคะ TvT ไม่ได้ลืมนะเออ...
ป.ล.3 HBD คานาตะคุง วันที่ 25 ตัวต้นแบบวิธีวาดรูปผู้ชายของซึนาโกะ... การ์ตูนผู้หญิงนี่เป็นอะไรที่แย่ตรงนี้ล่ะ คือชอบทำภาคต่อตอนที่คุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เลยไม่รู้จะเรียกคุณว่าคานาตะคุงหรือคานาตะซังดี *หัวเราะ*
ป.ล.4 HBD น้องเร็น&หนูริน วันที่ 27 >< น้องเร็น ตอนนี้กำลังรักหนูมากเลยลูก~~ สักวันจะแต่งไคโตะxเร็นให้ แต่ไอติมคุงจะมีกึ๋นพอจะกดได้มั้ยนะ... ส่วนรินจัง ชอบรถบดถนนของเธอมากเลย XD
เป็นแฝดหญิงชายเหมือนกันด้วยสินะ~~

Comment

Comment:

Tweet

ดองทำไม๊~~~~!!

#13 By jakkerine (103.7.57.18|171.97.42.241) on 2012-07-20 23:40

กริ๊ดด เลือดพุ่ง =.,= แต่ก็อ่ะนะ 555+ สุเลวได้ใจมาก

#12 By Yuyie Ao on 2011-02-06 14:06

Tsukime' => มันฟังดูแปลกมากมั้ยคะ ถ้าคนแต่งที่ดองมันอยู่นี้จะบอกว่าอยากต่อเหมือนกัน (ฮา)

วินน์ซามะ => ดีใจจังค่ะที่ชอบ cry
เห็นด้วยค่ะว่าเสียงมันทำร้ายได้มากกว่าการมอง *หัวเราะ* แต่วินน์ซามะ คำว่าถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาดีนั่นมัน โดนมากค่ะ (ฮา)
คำพูดประโยคสุดท้ายนั่นปล่อยบังไคได้หลายคน น่ายินดีๆ open-mounthed smile
ตำแหน่งของซาโนะจังน่ารักเชียวค่ะ (ฮา) ส่วนเบย์เอย์ อยากให้บ้าต้องหมั่นไซโคเข้าไว้ค่ะ (ฮา)
ป.ล. คอมเมนท์มันต้องเสียสตินั่นล่ะค่ะถูกแล้ว ขอโทษทำไมคะ (ฮา)

Zeau::โหมด-ดิ้นๆตายUSA-RIPลูลูชsama => ฟุโจฉิสึลู่เผย ส่วนใหญ่เป็นสาวกโดะเอส!
open-mounthed smile

Sirius => เจอคำว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนนั่นแล้ว *หัวเราะก๊าก*
แหม สึคุงเองก็คงสองจิตสองใจอยู่ล่ะค่ะ เจ็บปวดก็เจ็บปวด โกรธมั้ยก็โกรธ ไม่ให้ข้าวกินน่ะเบาะๆ ไม่มีซ้อมเข้าให้ก็บุญแล้ว (ฮา) sad smile
อยู่กับสึคุงก็เรียกได้ว่าเป็นห้องขังแล้วมั้งคะ (ฮา)

วารี่ซัง => การเล่นความไม่คุ้นเคยของแววตานี่ยากนะคะ เพราะคิดไม่ออกว่าตาสีเขียวตอนอยู่ในความมืดจะเป็นสีอะไร (ฮา)
ประโยคสุดท้ายหื่นเหรอคะ? เอ =w= ตรงไหนกันล่ะนี่ หาไม่เจอจริงๆ นะตัว open-mounthed smile

มิจซัง => อยากให้บ้าต้องไซโคเข้าไว้ค่ะ 555+

พัดซัง => จริงๆ แล้วแต่งให้ดิ้นมาไปกลัวเกร่อค่ะ open-mounthed smile แต่มันก็เป็นความจริงนี่นา อย่างลูลู่น่ะ ไม่มีกีอัสก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้นแด่วๆ (???) นั่นล่ะค่ะ
(ชอบที่บอกปรับเลเวล เหมือนกดสวิตช์พัดลม 555+)
นั่นสิคะ sad smile ไปๆ มาๆ แต่งรั่วนี่ยากกว่าแต่งดราม่าซะอีก นี่ล่ะมั้งคะแนวที่ถนัด *หัวเราะ*

มิ้นซัง => คิดเหมือนกันค่ะว่าไม่ซื่อสัตย์กับยูฟี่ แต่ช่างประไร <<นิสัยไม่ดี ฮา..
แต่ก็ชอบชิมิล่า~ >[]< สาคูโดะเอสสุดยอดค่ะ ตอนหน้า แม้ว่าจะช้าอีก (มาก) หน่อย ก็จะพยายามนะคะ TTvTT

ซาซัง => นั่นสิคะ!! ขนาดคุณพ่อบ้านที่ใครๆ ก็ว่ากันว่าเอสสุดแล้วยังสู้ซือซังไม่ได้ ทำไมกันนะ? หรือเพราะคุณพ่อบ้านไม่มีกล้าม..? (ชะอุ๋ย)
แฟนอาร์ตของ H A t E ที่อุตส่าห์วาดให้วันก่อนนั่นยอดมากค่ะ ขอบคุณมากๆ เลย เพื่อเป็นการไถ่โทษที่ปล่อยให้นั่งรอตอนงานอิมเมจิ้น จะพยายามปั่นตอนต่อไปให้ได้เร็วที่สุดนะคะ open-mounthed smile

เฟรมซัง => สึต้องเลวๆ แบบนี้ต่างหากล่ะคะ ถูกใจแม่ยก open-mounthed smile

#11 By •Hell♥Twin• on 2009-01-29 00:07

ทำรู้สึกว่าสุมันเลวอย่างนี้คะคุณซิน

อ่านแล้วกรี๊ด

55+

#10 By frem1991 on 2009-01-14 19:48

มันอร๊างมากฮะซึนะซังงง อ๊ายยยยยยยยยยยย ไอเลิฟยู >[]<!!!! ตะหงิดๆอยากวาด--- แต่มือเราไม่ึถึงนี่นะ (หัวเราะ)

นั่นปากเหรอสุ!! แต่พ่อหนุ่มที่อัพเอสโดะได้ขนาดนี้ก็มีแต่นายคนเดียวนี่แหละ>[]<!!!!! อร๊ายยยยยยยย

#9 By sarail ซาเรล on 2008-12-28 20:14


"ผมรักยูฟี่ไปพร้อมๆ กับที่มีอะไรกับเธอทั้งความเกลียดชังได้"

โครม !!!! *คว่ำโต๊ะ !!!
ไอ้สาคู !!!!!!!!!! แกแย่มากกกกกกกกกกกกกกกก T[]T!!!!!
พูดออกมาได้ยังไงคำพูดแบบนี้
นี้มันไม่ซื้อสัตย์กับทั้งยูฟี่และลู่ลู่เลยนะ !!
แอบเข้าใจความรู้สึกที่ว่า ลู่เห็นแก่ตัวอยู่เหมือนกัน แต่แบบนี้ T-T ฮึก... ฮึก...

...
ฉันชอบนายยยยยยยยยยยยยยยยย สาคูเอสสสสสสสสสสสสสสสสสส >[]<!!!
(ซะงั้น...)
รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อคะ ขอ สึเอสเยอะๆ >//<

#8 By mummy on 2008-12-28 20:09

โถ....พยายามแล้วล่ะลูลู่ /ตบบ่า เกิดมาเป็นอุเคะทำได้อย่างมากก็แค่ดิ้น

ไปตบเขาแทนที่จะหยุดได้มันเหมือนไปบอกว่าทำแรงๆนะแทน (เหมือนปรับlevelเครื่องจากเบอร์3ไปเบอร์5)

แองส์แตกได้ใจจริงๆค่ะ แหมบอกว่าจะแต่งรั่ว แต่ออกมาเป็นงี้ สงสัยค้นพบแนวที่ถนัดแล้วมั้งคะquestion

#7 By พัด on 2008-12-28 19:45

กรี๊ดกร๊าด บ้าเบย์เอย์ไวๆสิคะ เดียวไว้ช่วยไซโคค่ะ
อยากอ่านฟิคคู่นี้เวอร์ชั่นซินซัง

ยังไม่ได้อ่านล่ะค่ะ ฮา เดี๋ยวอ่านแล้วจะกลับมาเม้นนะคะ

#6 By Misaki_Eroi*2 on 2008-12-28 00:46

ประโยคสุดท้าย...

นอกจากจะโดะเอสสุดๆ แล้ว....

....มัน "หื่น" มากๆ ค่ะ

ชอบที่เล่นความไม่คุ้นเคยของแววตา...

เอาไว้อ่านต่อไปแล้วจะมาเม้นยาวๆ ให้นะคะ

สู้ๆ

#5 By วาร : waras on 2008-12-28 00:42

อ่าวเฮ่ย! ค้าง! ค้างค่ะ สึกำลังเอกได้อย่างสะใจอยู่แล้วเชียวน้า

สึใจร้าย ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่ให้อาหารนักโทษ(?) ฮา~

ไม่ได้นึกถึงช่วงปลายภาคแรกมาพักใหญ่แล้วแฮะ รำลึกความหลัง ฮ่ะๆๆ

อืม รู้สึกเหมือนลู่จะเป็นนักโทษที่มีสิทธิพิเศษอยู่มากนะ ไม่ต้องอยู่ในห้องขังแม้จะอยู่ระหว่างการรอส่งตัวก็เถอะ แถมท่าทางสึจะลากไปไหนมาไหนตามใจชอบได้ด้วยสินะเนี่ย กร๊าก~

#4 By Sirizx on 2008-12-28 00:41

โฮ้กกกก รอตอนต่อครับ
สุซาดิสได้ใจแม่ยกมากก อร้างงงงง
ชอบประโยคสุดท้าย
รักลู่ชะม้าล่ะตัว

#3 By -Zean-志不亮 on 2008-12-27 22:23

เจ้าหญิงครับ ผมรักเจ้าหญิงมาก!!
*โดดกอด*

มันโฮกกกกกกก มากกกกกกกก อยากจะเป็นบ้าเลยครับ สุดยอดดดด
ช่วงนี้กำลังอยากอ่านอะไรแนวนี้มาก เสี้ยนกว่าตอนที่ขออีกครับ ขอบคุณครับ! cry

แค่ประโยคเริ่มก็เจ็บแล้ว อ่านแล้วจี๊ด โดยเฉพาะตรงเสียง
ไม่รู้สินะ สำหรับผมแล้ว คงเพราะค่อนข้างชอบจะฟังเสียงมากกว่าจะมองหน้าล่ะมั้ง พอเห็นประโยคนั้น มันเลยรู้สึกว่า เป็นประโยคที่ทั้งเคียดแค้น และเจ็บปวดในเวลาเดียวกันเลยแฮะ โอ๊ย ชอบฮะ!
ตรงคำถามที่ว่าจะไม่ถามเรื่องของยูฟี่หรือก็โดน โดน... โดนมากๆ นั่นสินะ ไม่ว่าจะตอบอะไรออกไป คนที่โกรธจนหน้ามืดอย่างสึซาคุก็คงจะไม่ยอมรับฟังทั้งนั้นแหละ... (ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าตาดี ทำตัวแบบนี้ ปลดจากบทพระเอกไปนานแล้วนะครับ สาคู )

แต่พออ่านท่อนต่อมาแล้วก็ชัก... อยากเ้ข้าข้างสึซาคุ sad smile
ถึงจะรู้เหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลังของลูลูชทุกอย่าง แต่พอลองคิดว่าเราเป็นสึซาคุที่ไม่รู้อะไรสักอย่าง... แถมยังสูญเสียคนสำคัญไปอีกต่างหาก พอมาเจอคำพูดแบบนั้นของลูลูช มันก็เห็นแก่ตัวจริงๆ นั่นแหละ...
รู้สึกได้เลยถึงความเจ็บปวดของคนที่ต้องสูญเสียทุกคน และคำพูดแบบนั้นมันก็ไม่น่าให้อภัยจริงๆ ...

แต่พอมาตอนจบ...
สาคูครับ
สาคูโหดร้ายมาก
รักยูฟี่และมีอะไรไปพร้อมกับลู่ืทั้งที่เกลียดได้
ทำไมสาคูถึงเป็นคนแบบนี้ล่ะครับ...

ซึนะจังครับ ซาโนะคุงครับ
ผมอยากอ่านต่ออออออ cry

รอต่อนะครับ หลังปีใหม่ก็รอ
ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ *กอด*
รักเจ้าหญิงกับองค์ชายนะครับ (เอ๊ะ สถาปนาตำแหน่งใหม่อีกแล้ว? ฮา *ซาโนะคุงโบกร่วง*)

ปล. รอวันที่ซึนะจังกับซาโนะคุงบ้าเบย์เอย์นะครับ xDDD
ปล.2 รอไคโตะxเร็นด้วยนะครับ cry
ปล.3 จะไม่จิตตกครับพ้ม! รับทราบฮะ!! *ตะเบ๊ะ*
ปล.4 คอมเม้นท์ได้เสียสติมาก ขออภัยฮะ sad smile

#2 By bvxvinn on 2008-12-27 21:51

กริ๊ดดด อยากต่อครับ

/พูดได้ประโยคเดียว ฮา~

#1 By Tsukime on 2008-12-27 19:00