[fiction Code Geass] Rai

posted on 13 Sep 2008 20:00 by yonlytwin
[Fiction Code Geass] Rai

Pairing: Kururugi Suzaku x Lelouch Lamperouge
Authors: Ichikawa Twins




ผมชื่อไร เป็นชื่อที่พี่ลูลูชตั้งให้ตอนรับผมมาอยู่ด้วยใหม่ๆ
ส่วนชื่อเดิมที่มีก่อนหน้านั้นผมจำไม่ได้หรอก เห็นว่าเพราะได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองมากเกินไป ทั้งที่ผมถูกพบในซากกองปรักหักพังของเขตที่อยู่นอกอาณาเขตระเบิดแล้วแท้ๆ แต่ผลจากแรงของมันก็ทำให้ผมกลายเป็นเด็กกำพร้า สูญเสียความทรงจำ และบ้านไปพร้อมๆ กันด้วย
จากนั้น คนที่เดินเข้ามาหาผมที่อายุยังไม่ครบหกขวบดีและมีแต่ผ้าพันแผลเต็มตัว อุ้มผมจนตัวลอยและมองผมด้วยสายตาที่อ่อนโยนแกมเจ็บปวดนั้น ก็คือสองคนนี้
พี่สึซาคุกับพี่ลูลูช



ทั้งสองคนที่รอดมาจากระเบิดครั้งนั้นได้พาผมออกมาจากสถานดูแลผู้ป่วยจากสงคราม พาผมมาที่ญี่ปุ่น เลี้ยงผมมาในบ้านเล็กๆ หลังนี้ ทั้งที่ทั้งสองคนที่เป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ แต่กลับดูแลเด็กตัวเล็กๆ ที่ต้องการคนดูแลอย่างผมในตอนนั้นจนโตมาอายุสิบห้าได้นี่ ผมนับถือจริงๆ นะ
ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนหรอก ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่เอ่ยปากออกมา แต่ว่า ก็แค่มีคนรักเป็นเพศเดียวกันเองนี่นะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก ในเมื่อหน้าที่ของครอบครัว ทั้งพี่สึซาคุและพี่ลูลูชก็ทำได้อย่างสมบูรณ์จนผมกังวลว่าตัวผมเองจะดีพอรึเปล่าด้วยซ้ำ
ทั้งๆ ที่ภาวะของญี่ปุ่นที่เพิ่งถูกปลดปล่อยนั้นกำลังย่ำแย่จากภาวะหลังสงคราม และมีเด็กเล็กๆ อย่างผมเป็นตัวถ่วง แต่พี่สึซาคุก็ยังอุตส่าห์หางานทำจนได้ พี่ลูลูชเองก็คอยดูแลผมที่เคียดแค้นกับทุกสิ่งในตอนนั้นมาได้ด้วยความอ่อนโยนแต่เฉียบขาด ทั้งสองคนที่ทำให้ผมเติบโตขึ้นมากลายเป็นคนร่าเริงแบบนี้ได้ ผมรู้สึกอยากขอบคุณทั้งสองคนจริงๆ โลกของผมน่ะ หมุนไปได้โดยมีทั้งสองคนเป็นศูนย์กลางนั่นแหละ


แต่พอผมโตขึ้น ต้องไปโรงเรียน ก็ยิ่งห่างจากทั้งสองคนมากขึ้น
และยิ่งโตขึ้นมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเห็นว่าดวงตาของพี่ลูลูชยิ่งว่างเปล่ายิ่งขึ้นเท่านั้น



รูปถ่ายเก่าๆ ที่มีคนหลายคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ในนั้น ทั้งผู้หญิงผมทองหน้าตาสะสวยพร้อมกับเด็กหนุ่มที่ยิ้มระรื่นอยู่ข้างๆ เด็กสาวสวมแว่นท่าทางขี้อาย สาวน้อยผมยาวหน้าตาน่ารักที่ยิ้มแย้มสดใสยืนคู่กับเด็กสาวผมแดง กับเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลบอบบางที่นั่งบนรถเข็น
ล็อคเก็ตรูปหัวใจเก่าๆ อันหนึ่ง และนกกระดาษที่เก่าจนแทบจะฉีกขาด

พี่ลูลูชมักจะเหม่อมองสิ่งของพวกนี้อยู่คนเดียวบ่อยๆ ด้วยสีหน้าที่ผมบอกไม่ถูกว่าเป็นอย่างไร
แต่ถ้าพี่ลูลูชร้องไห้ออกมา อาจจะดูเจ็บปวดน้อยกว่านี้



พี่สึซาคุกำชับผมอยู่บ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก ว่าอย่าให้พี่ลูลูชอยู่คนเดียวตามลำพัง
พอผมโตขึ้นถึงได้เข้าใจว่าทำไม พี่ลูลูชที่เป็นแบบนั้น ราวกับจะตกลงไปในโลกแห่งความมืดมิดที่ไร้ทางออกตามลำพัง พี่ลูลูชไม่ใช่แค่เป็นแบบนั้น แต่ดูเหมือนจะไม่พยายามดึงตัวเองขึ้นมาด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมพอจะทำแทนพี่สึซาคุที่ต้องทำงานหนักอยู่เสมอได้ ก็คือคอยดูแลพี่ลูลูชแทนเท่านั้น

วันนี้ พอผมกลับมาจากโรงเรียน พี่ลูลูชก็นั่งเหม่ออยู่ตรงนั้นคนเดียวอีกแล้ว...

พี่ลูลูช

พี่ลูลูชหันกลับมา
กลับมาแล้วเหรอ
ผมพยักหน้า ก้าวเข้าไปหาแล้วดึงข้อสอบที่เพิ่งได้คืนวันนี้ออกมา
ผมได้คะแนนเต็มอีกแล้วล่ะฮะ
พี่ลูลูชยิ้ม จ้องมองมันด้วยดวงตาข้างขวาที่ยังเหลืออยู่ก่อนจะเอ่ย
เก่งมาก

ผมน่าจะเป็นหมอได้สินะฮะ คะแนนแบบนี้
อย่าชะล่าใจไปหน่อยเลย เหลืออีกสามปีนายถึงจะสอบเข้า ถึงเวลานั้นคะแนนตกไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี
ถ้าผมเป็นหมอได้จริงๆ ผมพูดต่อ พยายามไม่หวั่นไปกับสิ่งที่พี่ลูลูชว่ามา ถึงจะกลัวอยู่บ้างก็เถอะ... ผมจะรักษาตาข้างซ้ายของพี่เป็นคนแรกเลยล่ะ

ดวงตาข้างขวาของพี่ลูลูชเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ ตรงข้ามกับดวงตาข้างซ้ายที่ปิดสนิทและมีผ้าพันเอาไว้
ผมเคยเห็นแผลที่เป็นรอยกรีดบริเวณดวงตาซ้ายของพี่ลูลูชมาก่อน แม้จะสาหัสจนทำให้นัยน์ตาข้างนั้นมืดบอด แต่ก็เป็นรอยกรีดที่ประณีตและเป็นแผลที่เรียกได้ว่าเรียบร้อยที่สุด ราวกับคนที่ทำร้ายนั้นเตรียมพร้อมไว้เผื่อจะให้มันรักษาได้ง่ายในอนาคตอย่างนั้นแหละ

พี่ลูลูชยกมือขึ้น แตะผ้าพันแผลตรงตำแหน่งของดวงตาที่ไร้ซึ่งการมองเห็นข้างนั้น
ไม่จำเป็นหรอก
แต่ว่า
ถ้าเจ้าตัวเขายืนยันขนาดนั้น ก็ไม่เป็นไรหรอก
พี่สึซาคุ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
พี่สึซาคุยิ้มให้ เป้าหมายของไรคือการรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการทำสงครามไม่ใช่รึ ถ้าอย่างนั้นล่ะก็ น่าจะอุทิศตนเองให้กับคนพวกนั้นมากกว่านะ
แต่ว่า แผลของพี่ลูลูช ไม่ได้เกิดจากสงครามหรอกเหรอฮะ?
แผลนี่พี่ลูลูชพูดออกมา ฉันขอให้มันเกิดขึ้นเอง ไม่จำเป็นต้องใส่ใจมันหรอก

ถึงจะบอกอย่างนั้นก็เถอะ
แต่การที่ตาข้างหนึ่งมองไม่เห็น จะทำให้ข้างที่ยังดีอยู่รับภาระหนักนะ แล้วอีกไม่นาน ดวงตาข้างขวาของพี่ลูลูชก็จะมองไม่เห็นตามไปด้วย แบบนี้จะดีแน่ๆ งั้นเรอะ
ว่าแต่นายเถอะ บอกแล้วไง ถ้าเล่นฟุตบอลที่โรงเรียนมาล่ะก็ให้รีบไปอาบน้ำ ตัวเหม็นชะมัด!” ประโยคนั้นมาพร้อมกับตาเขียวปั้ดของพี่ลูลูช ทำเอาผมสะดุ้งโหยง ตายห่า อดกินข้าวเย็นอีกแหง
ผมจะรีบไปอาบเดี๋ยวนี้ล่ะฮะ!” ผมรีบลุกขึ้นแล้วถลาออกจากห้อง มีเสียงนับเวลาสิบวินาทีที่ต้องไปถึงห้องน้ำของพี่ลูลูชกับเสียงอวยพรของพี่สึซาคุตามไล่หลัง (ขอให้ไปให้ทันก่อนหมดเวลานะไร กับข้าววันนี้อร่อยซะด้วย)

พอเหลือบมองไปข้างหลัง ก็เห็นพี่สึซาคุก้มตัวลงพร้อมกับโอบกอดพี่ลูลูชอยู่
เห็นแบบนั้นแล้วผมก็อดยิ้มไม่ได้

ช่างดูอ่อนโยนอะไรอย่างนั้นนะ... ทั้งสองคนนั่น....




---------------------------------------------------------


ข้อสอบเตรียมเข้าไฮสคูลของผมมาแล้ว
แน่นอน คะแนนสูงสุดในชั้นปีเป็นของผมอีกตามเคย วันนี้อาจารย์ปล่อยให้ลิงทโมนอย่างพวกผมกลับก่อนสองชั่วโมงเพื่อทำใจ ซี่งสำหรับผมมันไม่จำเป็น
ฉะนั้นผมเคยคิดว่ารีบเร่งฝีเท้าเข้าบ้านได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ถ้าพี่ลูลูชเห็นต้องดีใจแน่ พี่สึซาคุก็คงดีใจ วันนี้อาจมีฉลองก็ได้ พี่ลูลูชอาจจะทำหม้อไฟก็ได้.. พอคิดแค่นั้นก็แทบทนไม่ไหวแล้ว
โอะ แต่ผมเปล่าเห็นแก่กินนะ


พี่ลูลูชในเวลานี้ต้องหมกตัวอยู่ในห้องนั่งเล่น เพราะฉะนั้นเร็วเข้า เร็วเข้า
ต้องให้พี่ๆ ได้เห็นเป็นคนแรก


อ้าว
พี่ลูลูชคุยโทรศัพท์อยู่
เป็นประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับผมแฮะ ปกติสำหรับพี่ลูลูชที่ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เห็นพี่เขาคุยโทรศัพท์
คงไม่ดีหรอกถ้าเข้าไปขัดจังหวะตอนนี้ แล้วผมก็เกิดอารมณ์สอดรู้สอดเห็นนิดหน่อย ถ้าเผื่อเจอพี่ลูลูชคุยกับหนุ่มที่ไหน จะฟ้องพี่สึซาคุดีมั้ยนะ? (ฮา)

เลิกเรียกฉันว่าท่านเจ้านายซะทีเถอะ พี่ลูลูชพูดแบบนั้นกับหูโทรศัพท์
ท่านเจ้านาย?? ตลกดีแฮะ
แต่ก็คิดภาพออกเลย พี่ลูลูชที่ถูกเรียกว่าท่านเจ้านาย นั่งบนเก้าอี้แล้วเหยียดยิ้มแบบที่ทำให้พี่สึซาคุเวลาโกรธพร้อมกับดวงตาเย็นชานั่นแล้วก็คอยมีพี่สึซาคุคอยเกาะขา อา.. เข้ากันดีพิลึกจนไม่อยากนึกถึงเลย
ฉันไม่ใช่ท่านเจ้านายของเธออีกต่อไปแล้วนะ เธอเองก็มีชีวิตใหม่ของเธอ มันดีแล้วไม่ใช่รึ
ยิ่งฟังยิ่งสงสัยแฮะว่าพี่ลูลูชคุยกับใครอยู่

ปลายสายพูดอะไรยาวเหยียดจนพี่ลูลูชทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใส่
บอกว่าพอแล้วไง เธอก็อยู่ของเธอแบบนั้น กินพิซซ่าไปวันๆ ก็โอเคแล้ว
พิซซ่า
ผมเกือบหลุดหัวเราะ
สรุปแล้วนี่คุยอะไรกันแน่เนี่ย??? ลูลูชซามะ


อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ
อยู่ๆ น้ำเสียงของพี่ลูลูชก็แผ่วเบาลงจนน่าใจหาย
ผมเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ



สีหน้าของพี่ลูลูชที่เคยเบื่อหน่ายนั้น ตอนนี้เรียบเฉยอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาสีม่วงเข้มที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวซ่อนไว้ในเงามืดของห้องนั่งเล่นที่ไม่ได้เปิดไฟ พี่ลูลูชเปิดริมฝีปากออกแล้วเอ่ยต่อ

ฉันไม่ใช่เซโร่อีกต่อไปแล้ว


เลือดในกายผมจับเป็นน้ำแข็ง

นับตั้งแต่ที่สงครามจบลง ฉันก็ไม่ใช่เซโร่ และสึซาคุ ก็ไม่ใช่ไนท์ออฟเซเว่นของบริตาเนียอีกต่อไปแล้ว

เพราะฉะนั้นเธอจะเรียกฉันแบบนั้นไม่ได้

ตั้งแต่ที่โรงเรียนแอชฟอร์ดหายไปพร้อมกับท่านพี่ชไนเซล ฉันก็โยนมันทิ้งทั้งหมดแล้ว

ในเมื่อฉันทิ้งเธอแล้ว ฉันก็ไม่ใช่ ท่านเจ้านาย ขอให้ใช้ชีวิตของเธอเถอะ อย่าโทรมาหาฉันอีกเลย

ลาก่อน



ลาก่อนนะ ซีทู

เสียงหูโทรศัพท์วางลงกับแป้นดังแกร็ก ผมคืบคลานออกมาจากหน้าประตูที่แง้มอยู่ ไต่อย่างไร้เสียงขึ้นบันได แล้วเปิดประตูออกเข้ามาในห้องตัวเอง
มือผมสั่น ไม่สิ ตัวของผมทั้งตัวกำลังสั่น

พี่ลูลูชคือเซโร่
พี่สึซาคุคือไนท์ออฟราวด์

ทั้งสองคนคือสาเหตุของสงครามเมื่อสิบปีก่อน
สาเหตุของสงครามที่ทำลายล้างผู้คนมากมายที่โรงเรียนแอชฟอร์ด ระเบิดที่โตเกียว นาโกยะ เกียวโต การล่มสลายของภาคีอัศวินดำ การเสียชีวิตของรัชทายาทราชวงศ์บริตาเนียทุกองค์ ไนท์ทุกคน ประชาชนบริตาเนียนมากมาย และชาวญี่ปุ่นอีกมากมาย

รวมถึงแม่กับพ่อ

พ่อพาเราออกจากบ้านที่อยู่ในเขตระเบิด วิ่งมาจนถึงรถไฟที่คนแน่นจนขึ้นไม่ได้อีกแล้ว พ่อถูกคนบนรถไฟบางคนฆ่าตายแล้วทิ้งไว้ที่สถานีตอนที่ดึงดันจะขึ้นรถไฟมากับพวกเรา
แม่กับผมหนีออกมานอกอาณาเขตระเบิด แต่หุ่นของบริตาเนียลงระเบิดที่แอชฟอร์ดที่ห่างจากตรงนั้นไม่ถึงสิบกิโลเมตร