เศษฟิคค่ะ

posted on 17 Aug 2007 01:27 by yonlytwin

เอาเศษฟิคมาลงค่ะ - -;;

+++++++++++++++++++++++++++++++++++
ความหมายของเศษฟิค จากพจนานุกรมฉบับซึนาโกะ
=....
1. ฟิคที่เกิดจากอารมณ์ที่เรียกว่า 'ตูอยากแต่งตูก็แต่ง' อาจเกิดได้จากภาพ ฟิคคนอื่น จิ้นที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน เป็นต้น
2. ฟิคที่ไร้ซึ่งการเกริ่นนำ ไม่มีจุดเริ่ม ไม่มีตอนจบ จะตัดจบก็จบเอาดื้อๆ ตูไม่สน ขอให้ได้แต่งฉากที่อยากแต่ง (ฮา)
3. เป็นฟิคสดที่แต่งเล่น ไม่ว่าจะใน word หรือ MSN

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง =>
ท่านเซียส = 1. แมวเทาที่กำลังพิการจากการเจ็บตาและขา
2. เป็นผู้ที่ช่วยแต่งฉาก..... ที่ซึนาโกะไร้หัวคิดให้ผ่านไปได้ด้วยดี
3. ผู้ที่ฝาแฝดกำลังรอฟิดเซฮาของท่านอยู่!! /แยกเขี้ยว
มายะซัง = 1. ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แต่งเศษฟิคขึ้นมา ขอบคุณค่ะ /โค้ง
2. คนที่สามารถวาดรูปคามิวสาวน้อยได้น่ารักมาก!!
3. เป็นแม่ยกคามิว
ท่านโทเมะ = 1. ราชินีโทเมโกะของท่านนาฟ
2. หนึ่งในคนที่ฝาแฝดปลื้ม
3. คนที่คอมเมนท์เศษฟิคได้น่ารัก
4. นี่ก็แม่ยกคามิว

นามิซัง = 1. ผู้แต่ง red barrel กับ S.O.G.A <<สะกดถูกรึเปล่า? ถ้าผิดก็ขอโทษค่ะ - -;;
2. หนึ่งในผู้ที่แต่งเศษฟิคเล่น นามิซังแต่งไว้หนึ่งเรื่อง ซึนาโกะไม่กล้าเอาลงเพราะยังไม่ได้รับอนุญาตค่ะ
3. แม่ยกคามิวอีกคนแล้ว
มิจซัง = 1. เจ้าของชื่อที่ซ้ำกันกับชื่อมี่จัง (Misaki)
2. แม่ยกที่จับปลาสองมือ มือซ้ายคว้าชากะ และมืออีกข้างคว้าคามิว
3. เป็นคนที่ซึนาโกะติดหนี้เศษฟิคช่ามิวของท่านอยู่ (ขอโทษค่ะ - -;;; )
มี่จัง = 1. น้องสาวของมิโรซามะสุดหล่อค่ะ ///> 2. สาวกมี่มิว แม่ยกคามิว แม่ยกมิโร
3. เป็นคนที่รู้จักกับแฝดมานานที่สุดในบรรดาผู้คนใน TSS

คามิว/ ท่านอาจารย์ = คนที่น่าสงสารที่สุดในการแต่งเศษฟิคทุกเรื่อง เพราะโดนยำทุกครั้งไป
มิโร/ มี่ซามะ = คนที่ถูกยำพอๆ กัน ....แต่ได้กำไรมากกว่า -_,-

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ก็..เท่านี้ล่ะค่ะ ทราบความหมายแล้วสินะคะ? ^^

ขอเตือนไว้ก่อนนะคะ อย่างที่เตือนตั้งแต่ที่ TSS แล้ว.. ว่ามัน NC-17 (ท่านโทเมะบอกว่า R-24 ...ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? - -;; ) ถ้าคิดว่ารับได้และใช้วิจารณญาณในการอ่านได้ เชิญได้เลยค่ะ ^^


** เรื่องที่สี่ ช่ามิว ยังไม่จบค่ะ ซึนะขออนุญาตดองไว้ก่อนจนกว่าจะมีอารมณ์แต่ง (หรือเจอมิจซังอีกครั้ง) เหตุเพราะคู่ไม่คุ้นเคยมั้งคะ? - -;; ยากจริงๆ...
++++++++++++++++++++++
ฟิคเรื่องแรก.....
เรื่องแรกนี้เกิดจากภาพนี้ของมายะซังค่ะ
vvvvvv


เป็นภาพในภาคฮาเดส แชปเตอร์แซงค์ฯ ที่มิโรบีบคอคามิว มายะซังวาดรูปที่มิโรปล่อยคามิวลงมาแล้วจูบค่ะ
ส่วนนี่คือเศษฟิคที่ซึนะแต่งให้ภาพนี้ค่ะ....

+++++++++++++++++++
มิโรไม่อาจทำได้....

 

 

 

ใบหน้าหวานเผือดซีดแต่เปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตา ดวงตาสีแดงเข้ม... ไร้แวว...

 

บาดแผลนั่นเขาก็เป็นผู้สร้าง.. เขา.. เขา... เขาทั้งนั้น

 

 

 

.......แต่... ทำร้ายเพียงไร หัวใจเหมือนขาดอากาศ....

 

 

 

 

 

เขารู้ตัวเองว่ากำลังฉีกหัวใจออกเป็นชิ้นๆ ด้วยมือตนเอง...

 

 

 

คามิวไม่ปัดป้อง ดวงหน้านั้นเผือดลงด้วยขาดอากาศ ลมหายใจที่อ่อนแผ่วยิ่งกระชั้นและขาดห้วง

 

 

 

แต่หัวใจที่กำลังเจ็บปวดทรมานนั้นร่ำเรียกหาให้ใครคนใดคนหนึ่งปลิดปลงชีพของตนให้หลุดพ้นจากหยาดน้ำตาเสียที

 

 

 

 

 

 

 

มิโรเข้าใจ.....

 

 

 

......

 

..แต่เขา... ทำไม่ได้..

 

 

 

มือทั้งคู่ปล่อยเรือนร่างบอบบางบาดเจ็บนั้นลง เสียงขลุกขลักหอบเฮือกหลุดรอดจากลำคอที่มีรอยเป็นจ้ำแดง

 

ดวงตาสีแดงไร้แววไม่ปรากฏสิ่งใดๆ แต่คามิวตกใจจนเห็นได้ชัด เขารู้ดี...

 

 

 

 

 

มิโรประคองร่างไร้เรี่ยวแรงที่กำลังจะทรุดลงแทบเท้าไว้ ไม่เอ่ยคำใด แต่เขากดริมฝีปากลงไปบนกลีบปากที่แห้งระโหยนั่น

 

 

 

และยิ่งเจ็บปวดเมื่อรู้ว่ามันเย็นชืดและเค็มคาวเลือดเพียงไร

 

 

 

และมันก็..เปียกชื้นจากหยาดน้ำตา..

 

 

 

เขา.......ไม่คิดว่าตนเองจะมีหัวใจอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นับแต่วันนั้น...... แต่.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่... หัวใจของเขาถูกปลุกเพราะคนคนนี้... อีกครั้ง.... อย่างรุนแรง...

 

 

 

 

 

 

 

และแลกมาด้วยความเจ็บปวด ทั้งของเขา... และ..... ของคามิว......


+++++++++++++++++++++++

อันที่สองนี้สั้นมากค่ะ ^^;;;
ก่อกำเนิดจากภาพแรกแหละค่ะ หลังจากเศษฟิคเรื่องแรกผ่านไป ซึนะก็พูดถึงเรื่องที่ 'คามิวตาบอด' ในแชปเตอร์แซงค์ฯ ค่ะ
ซึ่งตอนนั้นก็คุยไปว่าที่จริงคามิวตาบอดก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้เห็นได้ชัดว่า...

+
++++++++++++++++++++++
ซากะรวดร้าวขึ้นในลำคอ....

 

ชากะต้องการแบบนี้หรือไรกัน!!!

 

ทำไมต้องปล่อยให้คามิวยังได้ยินอยู่กันนะ... น่าจะ.... ทำลายประสาทนั้นเสีย...

 

แค่คามิวไม่อาจมองเห็นผู้ที่ดึงตนเองให้กลับมาจากนิทรานิรันดร์ได้ยังไม่เจ็บปวดมากพอหรืออย่างไร? กลับปล่อยให้... น้ำเสียงแข็งกร้าวไร้ความนุ่มนวลนั้น บีบรัดหัวใจของคามิวให้ตายทั้งเป็นอีกหรือ

 

 

 

น้ำตาไม่ไหล ไม่ได้หมายความว่าไม่เจ็บปวด

 

 

 

 

 

ดวงตาไร้แววสะท้อนราวกับบ่อน้ำถูกโยนก้อนหินใส่ มันกระทบไหว กระตุกเร่าๆ ภายใน

 

 

 

เขาสดับเสียงคามิวครางแผ่วราวคนใกล้หมดลมหายใจ เหมือนคนที่ดวงใจถูกฉีกกระชากจากอก

 

 

 

 

 

 

 

วินาทีนั้น... ซากะอยากสาปส่งผู้คนบนโลกทุกคน

 

 

 

..ฐานทำให้คามิวเสียใจ........
+++++++++++++++++++++

ซึนะเป็นกึ่งๆ สาวกซากะมิวค่ะ ^^;;;

เรื่องที่สาม.. อา.... เรื่องนี้มาจากภาพนี้ค่ะ..

ไม่อาจลงรูปได้ ทางลิงก์แล้วกันนะคะ =3=
>> http://i16.photobucket.com/albums/b8/mayasama/FA%20saint%20seiya/SSmimus19.jpg


อา... ขอเตือนไว้สำหรับผู้ที่จะอ่านต่อ เรื่องนี้
NCแล้วนะคะ (ขอบคุณท่านเซียสทื่ช่วยแต่งค่ะ ^^)
ใครอ่านไหวก็เชิญเลยค่ะ
^^

++++++++++++++++++++++++
"....จะทำอะไรน่ะ?" แล้วคนในอ่างที่นั่งนิ่งมาตลอดตั้งแต่อีกฝ่ายเปิดประตูเข้ามาในห้องน้ำเสียเฉยๆ ก็อดรนทนไม่ไหวเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามปลดเสื้อตัวเองออก คามิวนิ่งมองอย่างเรียบเฉย แต่ในใจนั้นเต้นไม่เป็นส่ำ

ใครกันนะสร้างมิโรออกมาได้ถึงขนาดนี้
?

 

รูปร่างสูงชะลูด บ่ากว้างตรง รูปร่างได้สัดส่วนราวรูปปั้นเทวบุตรจุติ เมื่อเขาใช้นิ้วเรียวยาวดึงเสื้อยืดออกจากศีรษะ เส้นผมหยักศกสีทองก็ไหลพาดลงกับไหล่ เคลียอยู่กับแผ่นอกแข็งแกร่งราวกับภาพวาด

 

 

 

และใบหน้าคร้ามแดดนั่นก็ประดับพร้อมส่วนด้วยจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปที่ไม่หนาจนเกินไปและไม่บางจนแลดูโหดเหี้ยมนั้นเหมือนจะแย้มยิ้มด้วยรอยยกที่มุมปาก คิ้วเข้มแต่รูปสวยเหนือดวงตาซ่อนไว้ใต้เส้นผมที่ถูกมือคู่ใหญ่เสยออกเสียให้พ้นจากใบหน้า

 

 

 

และดวงตาคู่นั้น...... ดวงตาคมกริบคู่นั้นที่มองตรงมาราวกับจะบอกว่ารู้ทันเขา...

 

 

 

 

 

 

 

มันเปล่งประกายระยิบระยับอยู่ในไพลินสีน้ำเงินเข้ม..

 

 

 

อา..... ดวงตาของมิโร........ มัน.... มันกำลังจะทำให้เขาละลาย...

 

 

 

 

 

 

 

"อยากดูเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยพร้อมกับที่เจ้าตัวหันหน้ามาหาด้วยรอยยิ้ม คามิวแก้มแดงจัดด้วยอีกฝ่าย...... ไม่ได้ใส่อะไรเลย...

 

"จะบ้ารึไง!" เขาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นไหว นึกเจ็บใจตัวเองขึ้นมาทันควัน

 

 

 

แค่มองก็ตื่นตัวไปทั้งร่าง..... ไม่อยากจะเชื่อ...

 

รู้หรอกว่าร่างกายนี้คุ้นเคยสัมผัสของอีกฝ่ายจนแทบจะเข้าใจไปทุกกิริยา.. แต่... แต่....

 

แบบนี้ก็ไม่ดีนะ...

 

 

 

"อย่าปฏิเสธให้ยาก" ร่างสูงใหญ่สาวเท้าเข้ามาใกล้ หย่อนกายลงในอ่างอาบน้ำที่ดูจะแคบไปสำหรับคนสองคน "เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย.. นายใช้ตาสวยๆ ของนาย.... มองตรงนั้นฉันไม่ใช่เหรอ?"

 

"ก็หันมาแบบนั้น ต่อให้ไม่ได้ตั้งใจ ก็ต้องเห็นอยู่แล้วสิ.." คามิวเบ้หน้าพลางถดกายหนี เจ้านี่ไม่รู้หรือไงนะว่าตัวเองตัวใหญ่แค่ไหน...

 

"เหรอครับ? ผมไม่ได้คิดแบบนั้นนะ..."

 

 

 

ในเสี้ยววินาทีนั้น ขณะที่คามิวยังไม่ทันได้ระมัดระวัง

 

เขาถูกจูบ

 

 

 

 

 

จูบที่รุกล้ำลงหาโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว ทุกอณูในร่างถูกปลุกกระตุ้นให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง คามิวครางฮื่อในลำคอ พยายามดิ้นหนีให้หลุดจากการควบคุม

 

แต่แขนของมิโรใหญ่กว่าเขา แกร่งกว่า และยังมีแรงมากกว่า

 

แถมที่แคบๆ อย่างในอ่างอาบน้ำแบบนี้ เขาหนีไม่ได้อีกต่างหาก

 

 

 

โดยที่ไม่ถอนจุมพิต มิโรเลื่อนมือสำรวจลงเบื้องล่างอย่างว่องไวเกินกว่าที่เขาจะห้ามทัน เขากอบกุมมันจนล่างเบื้องล่างสะท้านไหว

 

มือทั้งสองข้างพยายามแกะออกอย่างพัลวัน แต่เป็นเพราะมิโรแข็งแรงกว่าหรือเพราะร่างกายไร้เรี่ยวแรงตั้งแต่ถูกสัมผัสก็ไม่ทราบ มือนั้นได้เพียงข่วนคว้าใต้น้ำ และค่อยๆ สงบลงกลายเป็นการโอนอ่อนผ่อนตาม

 

เรือนร่างขาวนวลสะท้านบิดเร่าตอบรับทุกสัมผัส สนองกับเจ้าของร่างสูงที่ชักจะเก็บอารมณ์ของตนไม่ไหวแล้วเช่นกัน

 

 

 

 

 

"อา........ อะ........" เมื่อปล่อยโอกาสให้ริมฝีปากเป็นอิสระเสียงครางเครือแผ่วหวาน มือข้างที่ไม่ได้ใช้ของมิโรคว้าลำแขนเรียวขึ้นเกาะกับขอบอ่าง สังเกตเห็นได้ชัดว่าคามิวคว้ามันแล้วบีบแน่นราวกับต้องการที่ระบายความรู้สึกทางกายออกแทนการเร่งเร้าเขา

 

พอเห็นดังนั้นแล้ว มิโรจึงยิ้มอย่างพึงใจ

 

 

 

"จะทำในนี้เหรอ!" ใบหน้างดงามตระหนกเมื่อมือใหญ่คว้าขาซ้ายของตนขึ้นสูง สิ่งใดบดบังก็แค่น้ำ ใต้นั้น สิ่งบ่งบอกอารมณ์ก็ชูชันให้เห็นได้ดี

 

มิโรไม่ตอบ มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่คามิวชอบอยู่ที่มุมปาก ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้..... มันยิ่งทวีความน่าหลงใหลขึ้นอีกหลายเท่า

 

 

 

"ไม่เห็นต้องคิดมากเลย" คำพูดนั้นมาพร้อมรอยจูบประโลมที่หน้าผากพร้อมกับที่มือข้างที่อยู่เบื้องล่างเลื่อนลงต่ำ สอดนิ้วชี้เข้าหาความอุ่นร้อนภายในร่าง

 

 

 

"อา!!"

 

ร่างบอบบางทะลึ่งพรวด กายสั่นระริกเร่าสั่น คามิวร้องครางหอบพลางบิดกายตอบรับปลายนิ้วในร่าง การทำเช่นนั้นทำให้นิ้วภายในถูกบีบรัดให้มิโรต้องกัดฟันระงับตนเอง

 

ยังไม่ได้นะ

 

ถ้าหากทำไปตอนนี้.... กับสถานการณ์ที่คามิวไม่ชิน... อีกฝ่ายคงเจ็บ...

 

 

 

"อือ...... อะ....." คามิวซวนซบลงกับขอบอ่าง นิ่วหน้าด้วยความทรมานที่พุ่งแล่นไปทั่วร่างเมื่อมิโรเพิ่มนิ้วเข้ามาอย่างนิ่มนวลและขยับเร้าในร่างเขา

 

 

 

เขาไม่ได้เจ็บ แต่มันทำให้เขาทรมาน... เพราะเขา..อยากได้มิโรมากกว่า...

 

ชายหนุ่มมองสีหน้าเรียกร้องของคนที่รักแล้วก็ยับยั้งใจไว้ไม่อยู่ ขาเรียวในมือถูกยกสูงขึ้น และมิโรก็สอดกายเข้าไป

 

 

 

"โอ้!" เสียงนุ่มหวานร้องเบาๆ ราวกับตกใจ ดวงตาคู่งามเบิกกว้าง ร่างของคามิวหยัดขึ้นรับกายแกร่งที่ฝังตัวเข้ามาในร่างได้พอดิบพอดี แขนทั้งสองข้างของมิโรคว้าร่างนั้นไว้ไม่ไห้จมลงน้ำ แล้วเปลี่ยนท่าเป็นนั่งให้อีกฝ่ายคร่อมอยู่เบื้องบน

 

 

 

"อา..." เล็บทั้งสิบจิกลงกับบ่ากว้าง คามิวส่งเสียงครางลอดลำคอ ก้มหน้าลงต่ำปล่อยลมหายใจและหยาดเหงื่อลงกับซอกคอของอีกฝ่าย บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในกายเขา.. มันแข็งแกร่งและร้อนจนเขาไม่อาจทนทาน จึงถูกกระชากให้ปวดร้าวอย่างสุขสมอยู่กับมัน.. และเจ้าของของมัน..

 

คนที่กำลังยิ้มและส่งสายตาเป็นประกายสีน้ำเงินให้เขา

 

 

 

"อย่า..อย่ามายิ้มนะ.." ร่างบางคำรามแฮ่ๆ พลางแยกเขี้ยวขู่เหมือนลูกแมว "ทำคนอื่นให้เป็นแบบนี้แล้วยัง... อ้า!!"

 

เรือนกายเขาถูกมือที่เกาะกุมเอวกระชากลงต่ำจนสุดมิดลำแกน คามิวหลับตาแน่นด้วยพวงแก้มที่เป็นสีแดงเรื่อ ขบริมฝีปากล่างไว้กลั้นอารมณ์

 

 

 

เจ้าหมอนี่!! แกล้งเขา!!!

 

 

 

ร่างสูงใช้มือกอบกุมสะโพกบางให้ยกขึ้นก่อนจะปล่อยให้ก้นนิ่มกระแทกลงกับแก่นกาย...

 

"ฮึก...อ๊าาาา..."ใบหน้าสวยแหงนขึ้นกรีดร้องออกมา...

 

ร่างสูงทำแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า...แต่ละคราก็เร่งความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ....

 

ร่างบางบิดเอวไปมา...เสียงหวานหวีดครางอย่างรัญจวน..ปลายประสาทแทบทุกอณูถูกกระตุ้นให้เสียวซ่านอย่างควบคุมไม่อยู่..

 

มิโร่มองร่างบางที่สติกระเจิดกระเจิงด้วยความพึงพอใจ...ก่อนจะชะงักการกระทำทั้งหมดลง...

 

 

 

"ทีนี้...ก็ตานายขยับบ้างล่ะ"มือแกร่งกอบกุมส่วนอ่อนไหว....บดขยี้ด้วยปลายนิ้วอย่างนึกสนุก...

 

 

 

 

 

"......" ร่างบอบบางไม่ตอบ ปล่อยลมหายใจหอบลงกับซอกคอของอีกฝ่ายที่ตนเองซวนซบอยู่ มีเพียงนิ้วที่บีบไหล่กว้างไว้แน่น

 

"คามิว?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบเรียกคนบนร่างข้างใบหู นิ้วเลื่อนจากกึ่งกลางลำตัวไปหาส่วนที่ต่ำกว่าที่ยังมีเขาอยู่ภายใน เรียวนิ้วแตะปากทาง กดและบดขยี้ลงไปจนคามิวครางเครือบิดกายเหมือนจะขาดใจ

 

"..ไม่.. ฉันทำไม่ได้" เค้นเสียงตอบแผ่วหวิวเหมือนลำบากที่จะพูดเสียเหลือแสน

 

ความรู้สึกเสียววาบกลั่นตัวรวมกับความทรมานเป็นหยดน้ำที่อาบคลอนัยน์ตาดีแดงเข้มทั้งสองข้าง แล้วมันก็หยาดไหลให้มิโรได้เห็น

 

 

 

ร่างสูงยิ้มก่อนจะจุมพิตที่ปลายหางตาอย่างปลอบประโลม

 

"ทำได้อยู่แล้วคนดี" มือขวาเลื่อนไปดึงเอาผมที่มัดรวมลวกๆ ของคามิวให้หลุดออก เส้นผมยาวไหลลงมาตามแผ่นหลังเล็กเนียนที่เปียกชุ่ม แล้วกระจายแผ่อยู่ในอ่างอาบน้ำเป็นเส้นสีแดงสวย

 

 

 

ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากไปจุมพิตที่กลีบปากนิ่มนวล

 

คามิวสบตากับดวงตาสีน้ำเงินเข้ม

 

 

 

เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน ก่อนที่สะโพกเล็กจะยกขึ้นสูง และกดร่างตนเองลง

 

"อ๊า!!" พลันคามิวปล่อยเสียงหวีดแหลม ใบหน้าหงายเงย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสุขสมที่แล่นริ้วหวานล้ำไปทั่วทั้งร่าง

 

ภายในนั้นบีบแน่นกว่าครั้งไหนจนมิโรต้องกัดฟันแน่น สองแขนกระชับเรือนร่างอีกฝ่ายเข้าหา ซบใบหน้าลงกับลำคอระหงขาวนวลแล้วประทับรอยลงไป

 

 

 

แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้น สองมือประคองดวงหน้านวลอาบน้ำตาแห่งความสุขสันต์เอาไว้

 

"เห็นไหมว่าทำได้.. งั้นทีนี้ก็หลายครั้งหน่อยสิ..."

 

พอมีครั้งแรกแล้ว...ครั้งที่สองก็ง่ายขึ้น...สะโพกสวยยกขึ้นแล้วกระแทกกลับลงไป...

 

ถึงจะติดๆ ขัดๆ ในครั้งแรกๆ ...ไม่นานนักร่างบางก็เริ่มจับจังหวะได้...

 

เอวคอดส่ายร่อนไปตามจังหวะการสอดใส่...เรียวปากอิ่มเปล่งเสียงแผ่วหวานยั่วยวน...

 

คลื่นอารมณ์ที่โหมรุนแรง...ให้ร่างบางควบคุมตัวเองไม่ได้...

 

มือขาวลากไล้ไปตามร่างกายตัวเอง...ชายหนุ่มมองร่างที่กำลังเต้นเร่าอยู่บนตัวเขาอย่างหลงใหล..

 

 

 

มิโร่เลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาดุนดันตุ่มไตสีชมพูที่เด่นตระหง่านอยู่บนอกบาง....

 

มืออีกข้างก็ปรนเปรอร่างบางรับกับจังหวะร้อนที่ดำเนินอยู่...

 

 

 

คามิวเริ่มหอบและกระตุกเกร็งจนอีกฝ่ายรู้สึกได้ ร่างบอบบางแอ่นเกร็งแนบลำกายกับเรือนร่างแข็งแกร่ง สอดประสานเรือนร่างจนบอบช้ำไปทั้งตัวด้วยรอยรัก

 

จนกระทั่งคามิวยกกายและกดลงซ้ำอีกครั้ง ร่างงามแทบจะไหลลงไปกับแผ่นอก แม้กระทั่งมือที่เกาะกุมไว้กับไหล่แกร่งยังหลุดลงมาอย่างอ่อนแรง

 

มิโรคว้าเรือนร่างนั้นไว้แนบร่าง

 

"....ไม่ไหวแล้ว...." น้ำเสียงระโหยโรยแรงกระซิบแผ่วๆ คามิวช้อนใบหน้าขึ้นสบตามอง

 

 

 

ดวงหน้าที่เปรอะเปื้อนด้วยกามรสนั้นดึงสติทั้งหมดของมิโรออกจากสมองไปจนสิ้น

 

แต่เขายังคงรอ... ยังคงรอคอยอะไรสักอย่าง......

 

ผิวนวลเนียนถูกประทับด้วยรอยจูบ ดวงหน้าขาวระเรื่อขึ้นด้วยสีเลือดจนแดงก่ำ

 

นัยน์ตาคู่คมโตหยาดเยิ้มด้วยน้ำตา ริมฝีปากบางแดงช้ำด้วยรอยกดจูบ

 

 

 

เรือนร่างอ้อนแอ้นบิดเร้าพร้อมเสียงครางเบาๆ

 

"มิโร.....

 

ช่วยฉันที.."

 

 

 

นั่นล่ะ

 

สิ่งที่เขากำลังรอคอยอยู่

 

 

 

"ได้ตามที่ต้องการ"

 

 

 

"ฮ่ะ....!! อ๊า!!!!"

 

มือใหญ่จับที่สะโพกบาง ยกขึ้นและกดลงอย่างรวดเร็วจนร่างบางหวีดลั่น คามิวผวาคว้าเส้นผมของอีกฝ่ายแล้วเงยหน้าขึ้นหอบคราง น้ำตาที่คลอหน่วยหยาดไหลลงตามร่องแก้มให้ริมฝีปากของมิโรจูบซับ

 

 

 

"ทนหน่อย" ร่างสูงกระซิบเสียงแหบพร่า ตอนนี้แม้แต่เขาเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

คามิวบีบรัดเขาจนแทบทนไม่ไหว เขาไม่อยากทำรุนแรง... หากแต่....

 

 

 

"ขอโทษนะ" มือใหญ่ยกขาข้างขวาขึ้นแล้วทาบร่างบางลงกับขอบอ่างทันที มืออีกข้างวางซ้อนใต้เส้นผมยาวสลวย ทันมองเห็นดวงหน้าตระหนกของคามิวเพียงครู่เดียวก่อนที่ตัวเขาเองจะยกสะโพกของอีกฝ่ายขึ้น

 

แล้วสอดร่างตนเองเข้าไปอย่างรุนแรง

 

 

 

"อ๊า!!!!!"

 

ร่างบางกรีดเร่าเมื่อมิโรกระทำโดยไม่ออมแรงอีกต่อไป เอวคอดบางบิดอย่างทรมาน

 

เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากการตอบรับความแข็งแกร่งที่สอดเข้าหาตนเอง นิ้วทั้งสิบกดจิกลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่ายแล้วเปล่งเสียงคราง

 

เขาทนไม่ไหวแล้ว..... อีกนิด..... อีกนิดเดียวเท่านั้น.....

 

 

 

"...มิโร.... ..."

 

ชายหนุ่มฟังน้ำเสียงที่เปล่งออกไม่เป็นคำ ก่อนที่จะกดจูบลงกับเปลือกตาบาง

 

คามิวลืมตาขึ้นมองดูใบหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มของอีกฝ่าย

 

 

 

 

 

"ฉันรักนาย.."

 

สิ้นคำรักนั้น ในอ่างอาบน้ำแคบๆ ใต้ผิวน้ำที่สั่นไหวกระฉอก

 

มิโรสอดร่างเข้ามาอย่างรุนแรงที่สุด

 

 

 

 

 

คามิวสัมผัสถึงร่างกายที่สั่นไหวกระตุกเกร็ง ก่อนที่มิโรจะเปล่งเสียงสั้นๆ และความร้อนจัดก็แผ่พุ่งในร่างของเขา

 

วินาทีก่อนที่จะปลดปล่อย สิ่งที่คามิวจำได้ คือใบหน้าที่ยิ้มแย้มของมิโร...
+++++++++++++++++++

แล้วก็ เรื่องที่สี่

เรื่องนี้เป็น
ช่ามิว ที่ยังแต่งไม่จบนะคะ ^^;;
เรื่องของเรื่องคือถูกยุจากมิจซังค่ะ(Misaki&Hisoka)- -;; และถูกรูปเข้าครอบงำ...
คือรูปนี้ค่ะ vvvv


ตกลงเลยถูกยุจนแต่งจนได้ค่ะ - -;; แต่เรื่องนี้ซึนะหลุดเอ็มไปก่อนที่จะแต่งจนจบ เช่นนั้นแล้วคงต้องรออีกหน่อยล่ะค่ะ
เหตุการณ์ในนี้จะต่อเนื่องไปถึงเศษฟิคเรื่องที่ห้าค่ะ

++++++++++++++++++++++++++
ชากะมองออกไปข้างนอกผ่านหน้าต่าง

 

 

อากาศตอนนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาพิสมัยเลยแม้แต่นิดเดียว มันทั้งหนาว ทั้งแห้งแล้ง

 

สภาพภูมิอากาศที่นี่ไม่เหมือนบ้านเกิดที่เขาคุ้นเคย ใครจะหาว่าอินเดียทั้งมีฝุ่น ทั้งร้อนและชื้นจนตัวเหนียวไปหมดอย่างไรก็ช่าง

 

แต่เขาเคยชินกับสภาพแบบนั้น

 

 

 

ขณะที่กำลังคิดอยู่ เงาร่างหนึ่งที่มีเรือนผมยาวสลวยสีแดงเข้มก็เดินผ่านหน้าต่างไป

 

เงานั้นมีเรือนร่างบอบบางและผิวขาวสะอาดเหมือนหิมะ เขาคุ้นตากับมันจนไม่ต้องเดาว่านั่นคือใคร....

 

 

 

ชากะเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าอย่างน้อยฤดูหนาวที่แสนจืดชืดนี้ ก็ยังมีคนที่หลงรักมันอยู่..

 

 

 

โดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดสะระตะอะไรนัก ชากะคว้าผ้าพันคอสีเข้มที่วางพาดลวกๆ ไว้แถวนั้นขึ้นแล้วก้าวออกจากประตู ทันเห็นเรือนผมสีแดงสะบัดด้วยแรงลมอยู่ข้างหน้า

 

"คามิว"

 

 

 

ร่างนั้นหันกลับมา

 

ทำให้ชากะมองเห็นดวงหน้านวลได้ชัด ริมฝีปากบางรูปกระจับแดงระเรื่อจนน่าจูบ จมูกโด่งรั้นและดวงตาสีคริมสันล้อมกรอบด้วยขนตายาวเป็นแพ

 

อควาริอัส คามิว แย้มยิ้มบางๆ ให้เขา

 

 

 

"จะลงไปไหนรึ?" เขาเอ่ยถาม

 

"คิดว่าจะลงไปข้างล่างหมู่บ้าน ฉันชอบเวลาแบบนี้" เสียงนุ่มตอบกลับท่ามกลางสายลมหวีดหวิว เส้นผมยาวตีจนพลิ้วยุ่ง

 

ชากะยื่นมือออกไปสัมผัสกับมัน

 

เส้นไหมสีเพลิงรูดตามนิ้วเรียวให้สัมผัสที่นิ่มนวลนัก จนชากะนึกอิจฉาคนที่สามารถจับต้องมันได้อย่างมีอภิสิทธิ์เต็มที่คนนั้น

 

 

 

ดวงตาของคามิวหลับพริ้มขณะที่มือเรียวแตะต้อง ก่อนที่จะเปิดขึ้นมาสบตากับอีกฝ่าย

 

"แล้วไม่หนาวรึ? ชากะน่ะ?"

 

 

 

ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร คามิวก็คว้าผ้าพันคอผืนยาวในมือแล้วสวมให้

 

ในดวงตาคู่งามมีประกายแห่งดวงดาวทอแสงระยิบ

 

 

 

"ถ้าไม่สวมไว้จะเป็นหวัด.."

 

 

 

 

 

ชากะนิ่งเงียบ

 

 

 

เขารู้ดีตั้งแต่แรกแล้วว่าคามิวเป็นคนสวย เห็นได้และรู้สึกได้มาตั้งนานแล้วว่าหลายคนต้องการจับต้องคนผู้นี้ แม้ว่าบางที.. เขาเองไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น...

 

แต่.......

 

 

 

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้นเช่นกัน...

 

 

 

 

 

 

 

โดยฉับพลัน ชากะคว้ามือเล็กข้างหนึ่งมากุมไว้

 

 

 

 

 

"ชา..."

 

เขาไม่รอให้คามิวเอ่ยนามของตนจนจบประโยค ชากะโน้มกายไปข้างหน้า จุมพิตหน้าผากเนียน แล้วเลื่อนริมฝีปากลงสัมผัสกับพวงแก้มละเอียด

 

คามิวยืนตัวแข็งอย่างไม่เข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาเองก็มิได้หวังให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ

 

เขาแค่ทำตามอำเภอใจตนเองก็เท่านั้น

 

 

 

"ชะ..." เหมือนว่าคามิวจะห้ามปราม และชากะไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนั้น

 

เช่นนั้นแล้ว มือข้างที่จับข้อมือเล็กนั้นจึงดึงอีกฝ่ายเข้าหาอย่างนิ่มนวล เขาใช้ดวงตาสีฟ้าจ้องมองนัยน์ตาคู่งามที่เบิกกว้างด้วยความตกใจเพียงแวบเดียว

 

แล้วประทับริมฝีปากตนเองลงกับกลีบปากเล็กนิ่มนวลนั้น

 

 

 

คามิวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

ชากะไม่ได้บังคับเขา สิ่งที่พันธนาการไว้มีเพียงริมฝีปากและมือข้างเดียว.. เขาจะหนีเมื่อไหร่ก็ได้... แต่...

 

...เขาไม่ได้อยากหนี

 

 

 

คามิวหลับตาลงรับสัมผัสนั้น เมื่อรู้สึกถึงปลายชิวหาอุ่นร้อนที่แทรกซึมเขามา เขาจึงตอบรับอย่างงกเงิ่นด้วยไม่แน่ใจกับตนเอง

 

เขารู้จักชากะมานาน แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจูบเก่งแบบนี้.....

 

 

 

ชากะถอนริมฝีปากออกช้าๆ แต่มือข้างนั้นยังคงเกาะกุมอีกฝ่ายไว้

 

ร่างบางตรงหน้าหอบหายใจด้วยดวงหน้าที่แดงระเรื่อ เห็นได้ชัดว่าคามิวพยายามทรงตัวยืนให้อยู่ เขาจึงใช้อีกมือคว้าแขนเรียวนั้นไว้

 

 

 

"ชากะ..."

(* เพิ่มวันที่ 18/08/07 ค่ะ)
+++++++++++++++++++

 

 

มือเรียวดึงรั้งอีกฝ่ายเข้าหา กดเข้ากับบ่าของตน นึกประหลาดใจที่คามิวไม่ได้ขัดขืน ...แม้ว่ายังจะดูงงงวยอยู่ก็ตาม...

 

"ชากะ..." น้ำเสียงอ่อนหวานแผ่วเรียกชื่อเขาซ้ำๆ เรือนร่างบอบบางระทดระทวยในอ้อมกอดทำให้ชายหนุ่มอดกดจุมพิตลงที่เรือนผมสีแดงไม่ได้

 

 

 

อา.... มันนุ่มมือ และยังหอมกรุ่นเหมือนกับกลิ่นดอกไม้

 

น่าอิจฉาเจ้าหมอนั่น... ป่านนี้กลิ่นนี้คงติดอยู่แม้กระทั่งร่างกายของตัวเองด้วยซ้ำ....

 

 

 

 

 

"ชากะ... ฉัน..... ปล่อยฉัน..." ในที่สุดคามิวก็เค้นเสียงตัวเองออกมาได้เป็นประโยคกระท่อนกระแท่น เขารับฟังประโยคนั้นอย่างแสนเสียดาย

 

เขาไม่อยากปล่อยร่างกายนี้ออกจากอ้อมอกเลย แต่เขาไม่อาจคว้าไว้โดยที่อีกฝ่ายมิได้สมัครใจ

 

มิเช่นนั้น.. แทนที่อาจจะได้ส่วนน้อยนิดของหัวใจ ... อาจมิได้อะไรเลย....

 

 

 

คามิวจึงถูกปล่อยออกจากอ้อมแขนนั้น

 

เพียงแต่มือยังคงเกาะกุมแน่นราวไม่อยากให้อีกฝ่ายหายไปไหน

 

 

 

 

 

ดวงหน้าที่ยังคงแดงเรื่อแหงนขึ้นมองแล้วเอ่ยเสียงแผ่วแทบจะเป็นการคราง

 

"ทำไม....?"

 

 

 

คำถามนั้นแล่นเข้าตีบตันในหัวใจของชากะ อัดแน่นเหมือนแทบจะระเบิด

 

แต่บุรุษผู้ใกล้เคียงพระเจ้ายังคงยิ้มพรายและยกมือเล็กขาวนวลขึ้นจุมพิต โดยไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งสิ้น เขาเอ่ยตอบช้าๆ หากน้ำเสียงมั่นคง

 

 

 

"....เพราะฉัน......"

 

".....ฉันแค่อยากสัมผัสนายให้ได้มากที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้เท่านั้นเอง"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เพราะ... นายมีคนคนนั้นอยู่แล้ว....

 

 

 

ใช่แล้ว.....

 

 

 

เขารู้ดีแก่ใจว่าคามิวไม่อาจเผื่อใจให้ใครได้อีก ไม่อาจให้ใครได้อีกทั้งร่างกายนี้ และจิตใจนี้....

 

องค์หญิงคนงาม... ทรงมีเจ้าของไปทุกสัดส่วนแล้ว ส่วนสหายนั้นย่อมเป็นได้เพียงเท่านั้น ดังเช่นนี้... ต่อให้ใกล้ชิดเพียงไร ก็ยังเป็นได้แค่สหาย....

 

และต่อให้ได้เผลอกระทำการสิ่งใดที่ไม่สมควรกระทำลงไปแล้ว อย่างไรเสีย... หากองค์หญิงองค์นั้นมิอาจมอบใจให้ได้...

 

 

 

 

 

ลงท้ายก็ยังเป็นเพียงแค่ 'สหาย' อยู่ดี

 

 

 

ร่างเล็กเงียบไปอีกอึดใจหนึ่ง

 

 

 

"ฉันไม่เข้าใจความหมายของนาย"

 

"นายเข้าใจแน่.." ชากะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและรอยยิ้มที่ยังคงอยู่บนใบหน้า "แต่นายอย่ากลัวไปเลยคามิว.... บอกแล้วไง... ฉันแค่.."

 

 

 

แต่บางที

 

สหายผู้นั้น อาจมิได้ต้องการสิ่งใด

 

มากมายไปกว่าการมองเห็นรอยยิ้มที่แสนสวยงามขององค์หญิง ยามเมื่ออยู่เคียงใกล้กับผู้เป็นที่รักก็เป็นได้...

 

"ฉันแค่ขอเพียงเท่านี้ก็เท่านั้นเอง....."

 

 

ดวงหน้านวลระเรื่อด้วยสีเลือดที่สูบฉีด แน่ล่ะว่าเขาเข้าใจ... เข้าใจอย่างถ่องแท้เสียด้วย

 

แต่เมื่อดวงตาสีแดงทับทิมสบมองกับดวงเนตรสีฟ้าที่ใสกระจ่าง ความจริงอีกอย่างก็ชัดแจ้งต่อหน้าเขา...

 

 

 

ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าสิ่งที่เขาทำไปเมื่อครู่อย่างแท้จริงที่สุด......

 

 

 

 

 

ชากะเพียงแค่ยิ้ม และกดริมฝีปากลงจุมพิตหน้าผากเขาอีกครั้งเท่านั้น

 

"กลับเถอะ คามิว.. นายคงเดินเล่นนานไปแล้ว" เสียงนุ่มกระซิบข้างใบหูเมื่อริมฝีปากถูกถอนออก

 

"มิโรคงกำลังเป็นห่วงนาย.."

 

 

 

ร่างบอบบางนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากบางแดงระเรื่อจะแย้มยิ้มอ่อนหวาน

 

เป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดและแสดงถึงความเข้าใจในตัวเขาที่สุด

 

 

 

 

 

"ขอบคุณ.."

 

 

 

และองค์หญิงผู้งดงามก็เดินสวนผ่านเขากลับไป ทิ้งไว้เหลือเพียงสายลมที่มีกลิ่นหอมกรุ่นของเจ้าตัวไว้จางๆ

 

 

 

และทิ้งความอบอุ่นไว้ในจิตใจของผู้ที่เกลียดฤดูหนาวอย่างยิ่งให้รู้สึกดีขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

ชากะมองตามหลังลาดเล็กนั้นลับตาไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน

 

"ฉันต่างหากที่ต้องกล่าวคำว่าขอบคุณ...

 

 

 

 

 

ขอบคุณมาก.. คามิว......."
~Fin~
+++++++++++++++

อา... จบดื้อๆ แบบนี้ล่ะค่ะ - -;;;;
และเศษฟิคเรื่องสุดท้าย มี่มิวเหตุการณ์ต่อเนื่องจากข้างบน เมื่อมิโรไปเห็นฉากจูบระหว่างชากะกับคามิวเข้าค่ะ (สนุกล่ะสิ..หึ...หึ...)
เรทนะคะ รับได้เชิญค่ะ!

(* อัพช่ามิวจนจบ วันที่ 18/08/07 สองทุ่มสี่สิบนาทีตามเวลาในคอมพ์ฯ ค่ะ ^^)

 

 

+++++++++++++++++++
"นี่นายกำลังโมโหอะไรฉันกันแน่!!"

 

เสียงตวาดอย่างโมโหนั้นไม่ใช่น้ำเสียงทุ้มนุ่มอย่างที่คุ้นเคยอีกแล้ว คามิวใช้สายตาเรียบนิ่งจ้องมองคนตรงหน้า แต่ถึงแม้เขาจะใช้สายตาแบบนั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้สึก

 

 

 

อ๋อ ใช่สิ เขารู้สึก รู้สึกมากๆ ซะด้วย

 

 

 

ยิ่งมิโรเห็นแววตาแบบนั้น ชายหนุ่มก็ยิ่งเดือดพล่าน

 

ปกติเขาเป็นคนใจเย็นและมีเหตุผลพอ.. แต่นี่! เขารับไม่ได้จริงๆ

 

 

 

"นาย.... ทำไมกอดกับชากะแบบนั้น...." มิโรเค้นเสียงถามอย่างพยายามที่สุดที่จะใจเย็น เขาอยากฟังเหตุผลที่ทำให้ตนเองได้เห็นภาพนั้น...

 

"ไม่มีอะไรสักหน่อย... ออกไปแล้วก็เจอ ก็เท่านั้นจริงๆ" น้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยตอบอย่างเฉยเมย นัยน์ตาคู่งามเสมองออกไปนอกหน้าต่างเสียไม่สบตาอีกฝ่าย

 

ชายหนุ่มเจ้าของผมทองกัดฟันแน่น

 

"ออกไป.. แล้วเจอ?" เขาแค่นเสียงถาม "เจอแล้วก็กอด... แล้วก็จูบกันสินะ!"

 

 

 

 

 

ดวงตาสีคริมสันเบิกกว้าง หันมาทางเขาทันที

 

 

 

"ไม่นึกว่าฉันจะเห็นหรือ?" มิโรยกริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้มแค่นๆ "บังเอิญมากสินะที่ตอนนั้นฉันเห็นนาย แล้วก็เห็นทุกอย่างที่นายกับชากะทำพอดี...."

 

คามิวยังคงสงบเงียบอย่างน่าประหลาดใจ

 

 

 

ยิ่งมองภาพนั้น มิโรก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด

 

 

 

เข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มเข้าหาเขานับล้านล้านเล่ม

 

ความเจ็บปวดทรมานนั้นลึกล้ำเข้าสู่ทรวงอก คล้ายเข็มนั้นเล่มบาง แต่สำหรับเขา มันเหมือนไม้ตอก เหมือนค้อนกระหน่ำทุบ เหมือนฟองน้ำใหญ่กดทับจนแทบไม่มีอากาศใช้หายใจ

 

 

 

"มิโร...." เสียงนุ่มนวลที่คุ้นหูเอ่ยขึ้นเหมือนสับสนลังเลใจ หากแต่คามิวกลับถูกมือของอีกฝ่ายกระชากเข้าหาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

และ..

 

"อื้อ!!!"

 

 

 

ข้อแขนที่ถูกกระชากเข้าหานั้นเจ็บแปลบ แต่ที่ริมฝีปากถูกกดเบียดนั้นยิ่งเจ็บกว่า

 

สัญชาติญาณสั่งให้คามิวพยายามดันอีกฝ่ายออกห่าง แต่นั่นยิ่งตอกย้ำหัวใจของมิโรให้เห็นภาพในอดีตซ้อนทับเข้าหาอีก

 

 

 

ภาพชากะกับคามิวจูบกัน

 

ภาพคามิวอ่อนระทวยในอ้อมแขนของชากะ

 

ภาพรอยยิ้มบางๆ ที่ถูกมอบให้อีกฝ่าย

 

......... อีกฝ่ายที่ไม่ใช่เขา!!!

 

เนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึกของคามิว เมื่อจุมพิตนั้นปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เขาไม่เหลือแรงแม้กระทั่งจะทรงตัวด้วยซ้ำ ได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่ายช้อนร่างตนขึ้น

 

 

 

"นายเป็นของฉัน" มิโรกระซิบชิดใบหน้าของเขา คามิวได้เพียงแค่ฟัง และตอบรับเงียบๆ ในใจ

 

ถึงแม้ว่ามิโรจะมีเหตุผลแต่ก็เป็นคนหึงแรง เขาเข้าใจในจุดนี้และพยายามปรับตัวให้เข้ากันได้อยู่ทุกวัน

 

แขนเรียวจึงยกขึ้นโอบรอบลำคอของอีกฝ่ายอย่างนิ่มนวล มิโรสะดุดความคิดเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มจะปรากฏที่มุมปาก

 

"ถึงจะทำแบบนี้ฉันก็ยังไม่หายโมโหนะคามิว"

 

 

 

ร่างบอบบางถูกวางลงกับพื้น คามิวตาโตเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพาตนมาวางไว้ที่หน้าประตู

 

ดวงหน้าหวานซีดลงในทันใด

 

 

 

ห้ามบอกนะ... ว่าจะ... ตรงนี้เลย!!!!

 

 

 

"อย่านะ!" เขาเดาความคิดของมิโรได้เพราะอยู่ด้วยกันมานาน แต่คามิวคิดภาพไม่ออกจริงๆ ว่าถ้าหากเหล่าเซนต์รุ่นน้องเดินตรวจตราบริเวณพื้นที่รอบแซงค์ทัวรี่ แล้วเห็นว่าประตูบ้านพักของโกลด์เซนต์สองคนสั่นกึกๆ และมีเสียงครวญครางดังลอดออกมา...

 

พระเจ้า... แค่คิดก็อับอายจนแทบจะบ้าแล้ว...

 

 

 

"ไม่อย่าล่ะ ตรงนี้เลย" พูดจบประโยคร่างสูงก็บดเบียดตนเองเข้าหา จุมพิตหนักหน่วงเข้ากับกลีบปากระเรื่อแดงให้ช้ำลงตรงนั้น คามิวครางฮือในลำคอ

 

มือสองข้างผลักดันไหล่กว้างออกห่าง มิโรรับรู้ถึงความเป็นไปข้อนั้น จึงสอดลิ้นเข้าหาพัวพันภายในอย่างหนักหน่วง

 

ไม่นานร่างบอบบางก็สิ้นฤทธิ์ มือที่เคยผลักไสกลับเกาะกุมสเวตเตอร์ของอีกฝ่ายแน่น

 

 

 

ชายหนุ่มร่างสูงเผยอรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ

 

 

 

"อา..." เมื่อถอนริมฝีปากออก ฝ่ายตรงข้ามก็เหมือนกับจะร่วงลงกับพื้นเสียให้ได้จนแขนที่แข็งแรงกว่าต้องรองรับเรือนร่างนั้นเอาไว้

 

มิโรยิ้มพรายด้วยเห็นได้ชัดว่าจูบของตนเองก็ไม่ได้ด้อยกว่าชากะแต่อย่างไร...

 

 

 

เขาออกจะจูบเก่งกว่าด้วยซ้ำ!!!

 

 

 

มือใหญ่ควานเข้าใต้เสื้อกันหนาวเรียกเสียงครางเร่าจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี มิโรกำลังจะดึงเสื้อที่เกะกะนั้นออก แต่...

 

พอคิดๆ ดู ยังไงตอนนี้ก็หน้าหนาว.... ถ้าหากถอดเสื้อออกมาแล้วคามิวเป็นหวัด เขาจะไม่แย่เอาหรอกหรือ?

 

ไม่ได้แย่ที่ต้องคอยดูแลคามิวนะ แต่ที่ต้องคอยห้ามใจเวลาเห็นคามิวเป็นไข้แล้วทำอะไรไม่ได้มากกว่าจูบมันยากยิ่งกว่าบุกสตาร์ฮิลจ์เสียอีก

 

 

 

พอคิดแบบนั้นแล้ว มือที่จะดึงออกจึงลดลง ทำเพียงแค่สอดไล้ภายในเท่านั้น

 

และพร้อมกันนั้น มืออีกข้างก็เลื้อยลงไปใต้กางเกง

 

 

 

"อย่า!" มือเรียวเล็กคว้าแขนนั้นไว้พัลวัน แต่อย่างมิโรหรือจะใส่ใจ เขาแค่เงยหน้าขึ้น ประทับจุมพิตลงกับริมฝีปากของคามิว แล้วปฏิบัติกิจกรรมที่มือต่อเท่านั้น

 

 

 

"อื้อ...." ร่างบอบบางบิดกายเร่าๆ เมื่อนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายสัมผัสกับจุดอ่อนไหวเต็มที่ เรียวเท้าทั้งสองแทบไม่ติดพื้นด้วยถูกมิโรบดเบียดกายด้วยความสูงที่ต่างกัน

 

เขารู้สึกอึดอัดเพราะไม่สามารถแม้จะเปล่งเสียงระบายออกไปได้ คามิวจึงคว้าสเวตเตอร์สีเข้มบริเวณไหล่และขยุ้มมันไว้ ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงเข้มระเรื่อด้วยความต้องการที่พุ่งสูงจนแทบทำให้เขาหยุดหายใจ

 

 

 

นิ้วมือนั่น.....มัน..... ปรนเปรอให้เขาช้าจนแทบจะทำให้เขาคิดว่ามิโรอยากทรมานให้เขาขาดใจตายไปเสียตรงนี้เลย.....

 

 

 

"อึ๊!!!"

 

เสียงอู้อี้ในลำคอดังขึ้นอย่างตกใจ คามิวพบว่าขาของตนเองทั้งสองข้างพาดอยู่บนบ่ากว้างเหมือนกำแพงหิน และมือที่เคยลูบอยู่ใต้เสื้อ บัดนี้กลับร่นกางเกงของเขาลงถึงหัวเข่าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

แบบนี้ก็เท่ากับว่า เมื่อไหร่ที่มิโรสอดกายเข้ามา ร่างกายของเขาจะต้องทุ่มน้ำหนักไปกับประตูเพียงอย่างเดียว!

 

 

 

แค่คิดดวงหน้าหวานก็แดงจัดจนแทบไหม้

 

 

 

ยังไม่ทันที่จะได้ทักท้วงอะไรให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ นิ้วยาวเรียวก็กดลงที่ปากทางคับแคบอย่างนิ่มนวลหากหนักหน่วง

 

 

 

"อ้า!" คามิวตัวสั่นสะท้านด้วยความปรารถนา เขากอบกุมเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น มิโรเห็นดังนั้นก็ยิ่งนึกสนุก หมุนเรียวนิ้วเข้าหาความอุ่นชื้นในช่องทางนั้นจนร่างบางผวาเฮือกขึ้นกอดคอเขา

 

"มิ...มิโร.." ชื่อของเขาที่อีกฝ่ายครวญครางด้วยเสียงแหบพร่ายิ่งปลุกเร้าอารมณ์จนแทบทนไม่ไหว มิโรจึงสอดนิ้วเข้าไปในร่างกายอ่อนนุ่มโดยทันที

 

 

 


"อ้า!" เสียงหวีดร้องหฤหรรษ์ฉุดกระชากอารมณ์ของเขาในทันทีทันใด มิโรทนไม่ไหวแล้ว คามิวอาจจะเจ็บก็ได้ แต่เขาเป็นคนเห็นแก่ตัว
และถึงคนเห็นแก่ตัวจะหลงรักใครสักคนจนล้นหัวใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกเอารัดเอาเปรียบคนคนนั้นสักหน่อย

 

แต่ที่ทำนี้ก็เพราะรักไม่ใช่หรือ?

 

 

 



มิโรถอนนิ้วออกและสอดแก่นกายของเขาเข้าแทนที่ในทันที

 

 

 

"อ๊า!!!" คามิวหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายที่ฝังลึกเข้ามาจนมิดทำให้เขาเจ็บปลาบ แต่มันเติมเต็มร่างกายของเขา

 

พระเจ้า... มันอุ่นร้อน... แข็งแกร่ง.... และ.....

 

ยอดเยี่ยม....

 

 

 

คามิวแทบจะสำลักความคิดตัวเองด้วยความอับอาย เกิดอะไรขึ้นกับเขา!!

 

นี่เขาโดนเทวซาตานคนนี้กลืนกินหรือยังไง!

 

 

 

ชายหนุ่มเจ้าของผมสีทองหอบฮั่กข้างลำคอคอระหง ภายในร่างของคามิวไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังคงคับแน่นและให้ความรู้สึกดีเสมอ....

 

ดีจนห้ามใจไม่ไหวที่จะรุนแรง

 

 

 

มิโรจุมพิตซอกคอนั้นก่อนจะขยับร่างเข้าออกช้าๆ สัมผัสได้ถึงหยาดน้ำตาที่หัวไหล่ขวาและเสียงครางเร่งเร้าที่กระทบทุกโสตประสาท

 

"อ่า.... อะ......"

 

"อา... มิโร.... หะ...." ท่ามกลางเสียงประตูที่โยกดังกึงๆ กับเสียงเนื้อกระทบกันนั้น เจ้าของดวงตาที่ล้อมกรอบด้วยแพนขนตายาวชุ่มน้ำใสๆ เปล่งเสียงครางเรียกหาเขา

 

"........หืม?" ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองดวงหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาและหยาดเหงื่อจากความสุขสม คามิวเปล่งเสียงอีกสั้นๆ ก่อนจะดึงรั้งใบหน้านั้นเข้ามาหา

 

 

 

"......ฉันรักนาย...." น้ำเสียงครางสะอื้นเปล่งปร่าโหยหาเหมือนเค้นออกมาจากจิตใจ ก่อนที่ร่างบางจะหวีดร้องเสียงหลง และปลดปล่อยเปรอะเปื้อนกับสเวตเตอร์สีเข้ม

 

 

 

มิโรเผยอรอยแย้มยิ้มดั่งดวงตะวันจนร่างบางมองตามอย่างละสายตาไปไม่ได้

 

 

 

"ฉันก็เหมือนกัน..."

 

 

 

หลังจากการกระแทกเข้าหาครั้งสุดท้าย มิโรปลดปล่อยเสร็จสมในเรือนร่างบอบบาง

 

คามิวรู้สึกได้ถึงความร้อนจัดในร่าง ก่อนที่เขาจะทนไม่ไหวหลับลงในอ้อมแขนนั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางรู้สึกตัวอีกทีตอนเช้าตรู่

 

 

 

เงาร่างเลือนรางที่อยู่ข้างหน้าต่างทำให้เขาต้องหรี่ตาลงมอง ด้วยแสงแดดฤดูหนาวอาจไม่เท่าไร

 

แต่คนที่ส่งยิ้มมาให้เขานี่สิ...... เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์เสียอีก...

 

 

 

"...ไม่ต้องมายิ้มเลยนะ" คามิวต่อว่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เหมือนกับว่าตนเองจะเป็นไข้....

 

 

 

อา.. ใช่แล้ว ก็หลังจากนั้นที่เขาหลับไป.. แต่กลับถูกปลุกขึ้นมาต่ออีกหลายต่อหลายครั้ง... ไม่ว่าจะบนเตียง หรือห้องน้ำ หรือโต๊ะ...

 

ถึงจะไม่เปลือยกายล่อนจ้อน แต่ถ้าหักโหมทั้งคืนกลางฤดูหนาวแบบนี้ ต่อให้เป็นเขาก็สมควรจะไข้ขึ้น!!!

 

ยิ่งคิดร่างบางก็ยิ่งกัดฟันกรอดๆ ใส่คนตรงหน้าที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาอย่างอารมณ์ดี ถ้าเขาไม่ได้ฆ่าหมอนี่ซักวันคงนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ! ให้ตายสิ...

 

 

 

"เอาล่ะ ช่วยบอกทีสิคามิว" เจ้าตัวยุ่งนั้นนั่งลงข้างกายเขา แล้วอุ้มท่อนกายครึ่งบนขึ้นวางกับหมอนที่พิงกับหัวเตียง "ตกลงแล้วฉันกับชากะ นายเลือกใคร?"

 

นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างอย่างตกใจ "นี่นายยังไม่ลืมเรื่องนี้อีกเหรอ?"

 

 

 

"ใครจะไปลืมลง..." นิ้วมือยาวปัดเส้นผมสีแดงที่ปรกหน้าผากนวลออกอย่างเบามือ

 

"ฉันเองก็เจ็บปวดเป็นเหมือนกันนะ..."

 

"........" คามิวไม่ตอบอะไร

 

แต่มือทั้งสองประคองใบหน้าคมลงมาแล้วประทับรอยจุมพิตเข้าหาด้วยสัมผัสที่นิ่มนวล

 

 

 

 

 

หลังจากที่ถอนริมฝีปากออก ดวงตาสีทับทิมก็จับจ้องที่สีหน้าตกใจของอีกฝ่ายอย่างขบขัน

 

"ให้ตายสิ.... ในโลกนี้จะหาคนขี้ระแวงแบบนายได้อีกที่ไหนเนี่ย.."

 

"เอาล่ะ ฉันไม่อยากพูดแก้ตัว ไม่งั้นก็คงอีกยาว" คามิวตอบสั้นๆ พร้อมทิ้งกายลงกับหมอนอิง หลับตาลง ปล่อยให้มิโรจ้องมองอยู่อย่างนั้น จนกระทั่ง..

 

 

 

"ฉันแค่จะบอกสั้นๆ ว่าฉันขอโทษ... แล้วก็ฉันรักนาย.. ก็เท่านั้นแหละ"

 

คามิวก็เงียบเสียงตนเองลงอย่างรวดเร็ว หันหน้าไปอีกทางหนึ่งทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตน ไม่หรอก เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายรู้ทัน

 

 

 

 

 

และวินาทีต่อมา อ้อมแขนอุ่นๆ ก็สอดเข้าที่แผ่นหลัง โอบกอดเขาและทำให้ความสุขนั้นแผ่ไปทั่วสรรพางค์กาย

 

 

 

ร่างบางลอบยิ้มกับตนเอง ก่อนที่จะหลับตาสนิทลงจริงๆ และหลับไป

 

พร้อมด้วยความคิดสุดท้ายที่ว่า

 

....นับจากนี้มิโรคงเข้าหน้ากันกับชากะไม่ติดไปอีกนานทีเดียว.....

 

 

 

~Fin~
--------------------------------------------------
^^ หมดแล้วค่ะ
ที่จริงแล้วซึนะเซฟเศษฟิคนามิซังไว้ด้วย (ก็ NC กระจายเช่นกันค่ะ 555+) แต่ต้องรอให้เจอกันก่อนแล้วค่อยดูว่านามิซังจะให้โพสให้ไหมนะคะ
อ้อ ฟิคเรื่องที่ห้านี้มายะซังวาดรูปให้ด้วยล่ะค่ะ ภาพมัน.... ลงในนี้ไม่ได้ค่ะ ^^;;;
เชิญทางนี้งิ >>>>> http://i16.photobucket.com/albums/b8/mayasama/FA%20saint%20seiya/SSmimusR13.jpg

ไหนๆ ก็ไหนๆ ใครเข้ามาและอ่านแล้ว จะช่วยเมนท์ให้หน่อยก็คงจะดีนะคะ ^^
ขอบคุณมากค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


edit @ 2007/08/18 21:00:12

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากเรยแต่งให้อ่านอีกได้มั๊ยค้า
อยากแต่งได้งี้มั่งจัง
ชอบการใช้คำประโยค+การดำเนินเรื่องค่ะ
เพราะถึงจาไม่ยาวมากแต่แต่งได้สนุกมากเรยค่า
รูปสวยงามมากมาย

#6 By janaj on 2008-05-10 15:24

Sawasdee ka, I have followed your post from TSS web board. I hope you don't mind me leaving the comment here. I really love your fics and your writing style, it's so sweet, warm and cozy ^_~ Thank you for sharing such a nice fic with us ka.

(sorry that I can't type in thai ka)

#5 By P (64.230.33.54) on 2007-08-24 08:31

เข้ามาหลังจากผ่านไปได้กี่วันเนี่ย
มีแบบเขียนเพิ่มด้วย (ต้องรีบเซฟ)
ขอบคุณมากค่ะที่ให้มีอะไรอ่าน ยังไม่รู้จะหาอะไรมาเซ่นซึนะจังเลยอ่ะคะ

#4 By tomeko on 2007-08-22 16:53

อะเเง้ว เพิ่งจะเคยมาบ้าน ซูนะจังนะเนี่ย เเง้ว สีชมพูทั้งเว็บ โอโห ปะทะตาอย่างจัง 55 อิอิ ฟิคท่านช่ามินี่เเต่งยากมากเลยละสิ เหอๆ บังคับให้เเต่งจนเสร็จจนได้ 55 เอารูปเข้ายั่ว อิอิ เดียววันหลังจะวาดมายั่ว อีก (โดนเจ้าของไล่เตะ)

#3 By MISAKI on 2007-08-21 19:10

^0^

เเวะเข้ามาเยี่ยมบ้านซึนะค่ะ เป็นครั้งเเรกจริงๆหลังจากที่บอร์ดTSSของเราใช้การได้

ช่างเป็นบ้านที่อบอวนไปด้วยไปรักของคู่รักเเสนหวานจริงๆเลยน้า

เเม้เเต่สีบลอคก็ยังหวานขนาดนนี้เลย มูนดรอปไม่สงสัยเเล้วล่ะค่ะ ว่ามิโรกับคามิวจะหวานกันได้ขนาดไหน


เสียดายที่ตัวเองวาดรูปไม่ได้ค่ะ ไม่ยังงั้นซึนะคงจะได้รีเควสจากมูนดรอปบ้างเเน่ๆเลย^ ^

#2 By ~Moondrop~ on 2007-08-21 11:34

เข้ามาเลือดกำเดาไหล >M< b
รวมรวบหมดทุกอันเลยสินะ ลำบากแย่เลย ซึนะจัง เหอะๆ
เอาล่ะ!! งั้นวันหลังข้าน้อยจะเอารูปมาเซ่นอีกนะขอรับ >M<\

/me กลิ้งงงงงง

#1 By mayWz on 2007-08-20 13:01