[SF] Blue Christmas [Gift for Misaki-Chan]

posted on 19 Dec 2006 13:18 by yonlytwin

[SF] Blue Christmas [Gift for Misaki-Chan]

Stellar -==- Milo x Camus
Writer -==- Ichikawa Twin..เหอๆ

Warning!!!!!!!!! -==- NC-17 (ถึงไหมหว่า? ขนาดแต่งกันเองยังรู้สึกว่าไม่น่าจะถึง... มั้งนะ - -;;; )

ความสัมพันธ์แบบนี้มันคืออะไรกันแน่?

เมื่อไรจะคลี่คลาย?

เมื่อไรจะกระช่างชัด?

เมื่อไรจะเลิกรอคอย? เมื่อไรจะเลิกติดตาม? เมื่อไรจะเลิกใจอ่อน? เมื่อไรที่จะตัดให้ขาด?

เมื่อไร.... จะจบได้สักที?

_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_

กลับมาแล้ว......

ร่างในอาภรณ์สีเข้มร้องบอกอีกฝ่ายที่อยู่ภายในพร้อมกับเจ้าตัวที่ก้มลงถอดรองเท้าบู๊ตเปียกชื้นด้วยหิมะออกวางทิ้งไว้หน้าบ้าน

เสียงถอนหายใจหลุดรอดออกจากริมฝีปากของร่างสูงอย่างไม่มีเหตุผล

กลับมาแล้วเหรอ?

เสียงทุ้มเอ่ยออกไปตามด้วยร่างที่เดินออกมาต้อนรับคนรักของตัวเอง

....คนรัก........ แค่ในนามหรือเปล่าก็ไม่รู้............?

อืม~ เจ้าของเรือนผมสีแดงส่งเสียงในลำคอคล้ายจะตอบรับก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟ แล้วทำไมไม่เปิดไฟล่ะ? บ้านมืดหมด.....

.........................

มิโร?

........เปล่า แค่อยากอยู่เงียบๆ

พิลึกคน ร่างบอบบางเดินลับหายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงประตูที่ถูกปิดลงไม่ได้เข้าไปถึงโสตประสาทของชายหนุ่มร่างสูงที่ได้เพียงแค่ยืนมองแต่อย่างใด

เขายังต้องทนอีกนานเท่าไหร่กัน?

_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_

เธอยังคงลังเลเหมือนที่เป็นเสมอมา

คำหวานของเรานั้นแปรเปลี่ยน กลายเป็นคำโกหกที่เจือปนด้วยน้ำตา

ยังไงก็ตาม เธอหลอกฉันไม่ได้หรอกนะ

อย่ามาแสร้งทำเป็นห่วงใยฉัน

อย่าเริ่มที่จะใช้น้ำเสียงห่วงใย

เพราะฉันรู้แล้วในวันนี้ถึงความเป็นจริงที่แสนจะเจ็บปวด

_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_

หะ....... อ้า.................. มิโร..... อ้า......

ผู้ถูกเรียกชื่อปรือตาขึ้น จับจ้องนิ่งที่เรือนร่างของอีกฝ่ายที่ขยับเร้าอยู่บนกายของตัวเอง

คามิวช่างแสนงดงาม ดวงหน้าเนียนที่อาบเหงื่อพราว ผมสีเพลิงยาวรุ่ยร่ายเปียกชื้นแนบกับลำกายผอมบางที่ขยับไหวขึ้นลงเพื่อระบายความใคร่ มือเล็กขาวนวลที่ยึดเกาะกับร่างกายของเขาเป็นที่ตั้งหลัก ริมฝีปากระเรื่อแดงช้ำด้วยแรงกดจูบ รอยคิสมาร์กที่แต่งแต้มทั่วกายา ดวงตาสีทับทิมหรี่ปรือฉาบด้วยแรงปรารถนา และสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ได้ดีที่สุด........

เฮือก! อ่ะ อ๊า~~ ริมฝีปากบางกรีดร้องกระเส่าเมื่อแกนกายของมิโรสัมผัสถูกจุดกระตุ้นภายในร่าง คามิวสะบัดหน้าเงยหงายขึ้นด้วยความเสียวซ่านที่แล่นริ้วเหมือนกับกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย

คึ่ก.....

ช่องทางเล็กแคบบีบรัดแน่นจนชายหนุ่มเบื้องล่างต้องกัดฟันระงับเสียงของตัวเอง ดวงตาสีไพลินทอดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าเบื้องบนที่เร่งจังหวะขยับกายมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่สองมือใหญ่จะเข้ากอบกุมสะโพกนุ่ม เลื่อนมันขึ้นลงเพื่อช่วยผ่อนแรงอีกทางหนึ่ง

ไม่.... ....ฮะ... อ่า.........อ่า... อีกสิ มิโร.......

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ บนผิวหน้า รับรู้ได้ถึงเสียงครางเครือของอีกฝ่ายเรียกร้องหาตน

มิ. อ๊ะ! อ้า............ ไม่..... มิโ..... อ๊ะ!! ร่างบางเปล่งเสียงครางแทบไม่เป็นภาษา ความอดทนที่ใกล้พังทลายทำให้ใบหน้าสวยบิดเร้าด้วยความต้องการอยากปลดปล่อย

ไม่ได้ต่างจากผู้ที่อยู่เบื้องล่างแม้แต่น้อย

พร้อมกันนะ..... เสียงแหบทุ้มกระซิบ สองมือดันร่างเบื้องบนออกเกือบสุดแกนแล้วดันกระแทกลงสุดแรง

มิ...โร...... อ๊า!!!!!

ร่างบอบบางกระตุกรุนแรงก่อนจะปลดปล่อยน้ำขุ่นข้นเปรอะทั้งตัวเองและหน้าท้องของอีกฝ่าย

อึ๊! คามิวทรุดลงกับแผ่นอกกว้างเมื่อรู้สึกได้ถึงของเหลวในช่องทางแคบของตัวเอง ร่างสูงโอบล้อมร่างที่ยังหอบหายใจแรงด้วยความเหน็ดเหนื่อยไว้กับอ้อมแขนอย่างปลอบประโลม

เจ็บไหม?

ถามอะไรบ้าๆ ถ้าเจ็บคงไม่ยอมให้ทำหรอก

มิโรส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอดถอนแก่นกายออกเรียกอาการสะดุ้งแรงๆ จากอีกฝ่ายได้ไม่น้อย

นอนพักเถอะ

เจ้าของดวงตาสีทับทิมพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายด้วยท่าทางสะลึมสะลือแล้วค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงช้าๆ ริมฝีปากขยับพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะหลับไป

................ฉันรักมิโร..........

.

.

.

ร่างสูงไล้ปลายนิ้วผ่านเส้นผมสีแดงที่แผ่กระจายบนผิวเตียง จับจ้องที่ดวงหน้าอีกฝ่ายที่หลับสนิทด้วยสายตายากจะคาดเดาความรู้สึก....

คามิวพูดคำนี้ทุกคืน.............. เขาฟังมันทุกคืน........... แต่เชื่อถือได้หรือไม่?

เหตุการณ์มันซ้ำไปมาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร? คามิวกลับมาถึงในตอนเย็น อาบน้ำ กินข้าว แล้วต่อด้วยกิจกรรมบนเตียง........

ทุกอย่างผ่านไปด้วยความเย็นชาขึ้นทุกที.......

มิโรทอดมองร่างที่อยู่ข้างกายตัวเองด้วยสายตาเจ็บปวด เช้าวันพรุ่งนี้ เขาคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังบนเตียงเย็นๆ เพื่อพบว่าคามิวออกไปแล้วอย่างที่เคย และคงจะต้องกักขังตัวเองให้อยู่แต่ในบ้านอย่างที่เคยเช่นกัน

เพราะอะไรน่ะเหรอ? เขาไม่โง่ได้ถึงขนาดที่ขนาดต้องออกไปให้เห็นเองเต็มตาหรอกนะ

ไอโอเรียและคนอื่นๆ เตือนเขาไว้มากมายเกี่ยวกับเรื่องที่เห็นคามิวออกไปเดินควงแขนกับคนอื่นหลายต่อหลายคนไม่ซ้ำหน้า รู้ได้อยู่อย่างเดียวว่านอกใจ ทั้งที่เพื่อนๆ ต่างบอกว่าให้เลิกกับคนแบบคามิวเสียที แต่มิโรกลับทำไม่ได้.......

เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวใจตัวเองยังยอมติดตาม แม้กระทั่งรู้ดีว่าถูกหักหลัง ทั้งรู้ดีว่าคามิวคงไม่ได้เห็นเขาไปมากกว่าเครื่องระบายอารมณ์ใคร่ของตัวเองหรือของเล่นสักเท่าไหร่......

ก็เพราะยังรักอย่างไร

เพราะหัวใจยังเต้นแรงทุกครั้งแม้จะพบพานความเย็นชา เพราะยังอยากทะนุถนอมแม้จะเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้รัก เพราะยังโหยหาในเรือนร่างบอบบางยั่วยวนนี้แม้ความรู้สึกหาได้ตรงกันอีกต่อไป เพราะยังปรารถนาจะกลับเข้าไปในหัวใจของคามิว...... เขาจึงยังตัดใจปล่อยมือไปไม่ได้............

มิโรแค่นยิ้มจางๆ มือใหญ่แตะลงที่บริเวณแผ่นอกราบข้างซ้าย รับรู้ได้ถึงจังหวะการเต้นสม่ำเสมอภายใน

มันก็ขนาดเท่ากำมือเล็กๆ ของคนคนนี้เท่านั้นเอง..... แค่กล้ามเนื้ออ่อนบางนุ่มนิ่มเท่านั้นเอง.......

ร่างสูงกดเปลือกตาลงช้าๆ ด้วยจิตสำนึกรู้ว่าไม่มีผู้ใดได้เห็นความขมขื่นจึงปรากฎชัดบนใบหน้าคมโดยที่แม้แต่เจ้าตัวยังไม่อาจห้ามไว้ได้....

แค่หัวใจดวงนี้ไม่ได้มีเขาอีกต่อไปเท่านั้นเอง ก็ทำให้สิ่งที่อยู่ในอกข้างซ้ายแหลกร้าวเจ็บปวดได้ขนาดนี้เลยหรือ?

_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_

เธอคงจะรู้สึกดีมากสินะ? ที่ได้สลัดผู้ชายทิ้งไปอีกหนึ่งคน

ฉันแน่ใจอย่างที่สุดว่าเราคงมีความต้องการที่สวนทางกัน

เขาคงจะดูเป็นชายชาตรี

แต่ตอนนี้ฉันอยากแสดงให้เธอได้เห็นว่าฉันก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

เพราะในวันนี้ ....ฉันรู้แล้วถึงความเป็นจริงที่ปวดร้าว

_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_--_

แปลก........

ต่อให้มิโรจะอยู่แต่ในบ้านเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้ถึงขนาดที่ว่าจะหลงลืมไปว่าวันนี้คือว่าที่ยี่สิบสี่ธันวาคม เขาจะไม่แปลกใจถ้าท้องฟ้าจะมีสีเทาเพราะเป็นช่วงฤดูหนาว แต่ทำไมวันนี้สีของท้องฟ้าจึงเป็นสีฟ้าหม่นที่ดูจะทำให้บรรยากาศหมองเสียยิ่งกว่าสีเทาเสียอีก?

ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็คงไม่มีใครได้ทันสังเกตเพราะแต่ละคนต่างมีจุดมุ่งหมายและคู่เคียงข้างกาย ท้องฟ้าที่เป็นสีนี้...... แสดงถึงสภาพจิตใจของเขาหรือเปล่าหนอ?

มิโรถอนใจก่อนที่จะก้าวเดินต่อช้าๆ ยังไงเขาก็ต้องออกมาหาซื้อของขวัญวันคริสมาสต์ให้คนรักเอาไว้ เพื่ออะไรตัวเองก็ไม่ได้แน่ใจ อาจเพราะนานๆ ครั้ง เขาเองก็คงอยากเห็นรอยยิ้มของคนรักหลังจากที่ไม่ได้พบมานานก็เป็นได้

และท่ามกลางฝูงชนมากมาย หนึ่งในประตูของร้านค้าที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงเพลงจิงเกิลเบลก็เปิดออก มิโรบังเอิญหันไปมองเห็นพอดี......

หัวใจที่เคยอยู่ในอกซ้ายกระตุกวูบ

คู่รักที่ดูจะเหมาะสมกันอย่างที่สุดอยู่ตรงหน้านั่นแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่โอบไหล่เล็กลาดของอีกร่างในอ้อมแขน ประคองให้เดินมาด้วยกัน

ทั้งท่าทางอ่อนโยนปนเปความขี้เล่นแบบนั้นและรอยยิ้มอ่อนหวานแบบนั้นล้วนเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานแสนนาน

........................คามิว................

เรี่ยวแรงที่หัวเข่าแทบจะหายไปดื้อๆ ลมหนาวที่พัดมาเมื่อครู่ยังว่าเย็นสบายแต่ตอนนี้กลับทำให้หนาวเหน็บจับถึงขั้วหัวใจ แต่เพราะมิโรยังมีสติพอที่จะรับรู้ว่าที่นี่คือถนนคนเดินที่มีคนขวั่กไขว่พลุกพล่าน สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงการถอยเข้าไปในตรอกเล็กๆ ขนาบข้างด้วยร้านค้าเพื่อหลบซ่อนให้พ้นจากการมองเห็นของผู้อื่นเท่านั้น

เอาแล้วไง..... อยู่ดีไม่ว่าดี หาเรื่องออกมาให้หัวใจต้องเจ็บทำไม.......

คามิวดูจะมีความสุขเมื่ออยู่กับใครคนอื่นมากกว่าเขา รอยยิ้มแบบนั้น ดวงตาแบบนั้น

ทุกอย่างประกอบขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีเขาเป็นผู้คอยอยู่เคียงข้าง

 

ชายหนุ่มหนึ่งในสองของผู้ที่เดินเคียงข้างกันมาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อสังเกตเห็นรอยแดงบนร่างกายอีกฝ่าย มือแกร่งดึงรั้งร่างเล็กข้างกายให้หยุดยืนโดยไม่ได้สังเกตแต่อย่างใดว่ามีใครอีกคนยืนแอบอยู่ใกล้...

นั่นอะไรน่ะ?

คำถามนั้นมิโรได้ยิน และรู้คำตอบนั้นดีด้วย รอยที่ลำคอของคามิวคือคิสมาร์กที่เขาทำไว้เมื่อคืนเพื่อประกาศถึงสิทธิ์ในการครอบครองเจ้าของร่างสวยงามนั้น

ดวงตาสีไพลินจับจ้องที่ดวงหน้างามที่นิ่งขรึมไปของคนรัก มิโรกำลังรอคอย..... กับสิ่งที่คามิวจะตอบ........

เขายังอยากจะเชื่อถือในคำบอกรักทุกค่ำคืนของร่างบอบบางตรงนั้น แม้จะเป็นเพียงการยึดเกาะกับฟางเส้นสุดท้ายซึ่งเปรียบดังความหวังท่ามกลางเส้นทางมืดมิด แต่ก็เพราะมีอยู่สิ่งเดียวไม่ใช่หรือถึงได้พยายามเชื่อมั่น....... เพราะไม่มีสิ่งใดอีกแล้วให้ยึดเหนี่ยวจิตใจจึงอยากจะทำให้ตัวเองเข้าใจว่าคำพูดนั้นหาใช่คำโกหกไม่

บอกสิ..........

หัวใจของเขาเต้นหนัก มิโรแทบกลั้นหายใจ คาดหวังโดยไม่รู้ตัว

บอกไปทีว่ามันเป็นของฉัน........ บอกไปทีว่าถึงจะได้แค่ครอบครองร่างกายหาใช่หัวใจไม่ แต่นายก็ยังมีฉันที่เป็นเจ้าของ......

นายยังไม่ได้หมดเยื่อใยกับฉัน........ ........ใช่รึเปล่า?............

 

ไม่ต้องใส่ใจหรอก

หัวใจของมิโรคล้ายกับจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

แค่ยุงกัดน่ะ

ร่างบางตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มหวาน ไม่ได้รู้สึกว่ามีอีกคนที่แทบจะขาดใจตายกับกิริยาของตนเอง

แล้วทั้งสองก็เดินจูงมือกันไปตามถนนที่มีผู้คนมากมายอย่างอบอุ่น หาได้รู้เลยว่าทอดทิ้งให้ใครยืนหนาวเหน็บอยู่ตรงนี้ลำพัง

.

.

.

.........ฮ่ะฮ่ะ..........

ร่างสูงเงยใบหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาให้ไหลกลับเข้าไปไหลย้อนเวียนในหัวใจแล้วเปล่งเสียงหัวเราะแหบแห้งคล้ายจะเยาะเย้ยตัวเอง

อย่างนั้นสินะ.......

รู้ซึ้งดีหรือยังว่าเขาไม่ได้เห็นค่าของความรักที่ให้ไป?

รู้ซึ้งดีหรือยังกับความเจ็บปวดที่ถูกหยิบยื่นให้จากการโกหกและทรยศหักหลัง?

นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า ความปวดร้าว เข้าใจดีแล้วใช่ไหม?

แล้วจะตัดใจได้หรือยัง? พอได้หรือยัง? ยอมเป็นคนโง่มานานพอแล้วหรือยัง?

เจ็บมากพอแล้วหรือยังที่จะยอมให้เลิกรา?

Blue Christmas

ท้องฟ้าสีหม่นนั้นถูกสร้างให้มาเพื่อเตือนเขาให้ตัดใจจากความรักที่พยายามทำเท่าไร ผลที่ได้คือความเจ็บ

ทำใจได้แล้วใช่ไหมกับการที่จะไม่ได้โดนหลอกอีกต่อไป

พอแล้วใช่ไหมกับการทำตัวเป็นคนดี นานเต็มที