Je t'aime

posted on 03 Jun 2006 22:20 by yonlytwin

Je taime (Milo x Camus)

เมื่อไหร่จะยอมพูดออกมาสักทีล่ะ?

 

...สักวัน...ฉันจะต้องยอมบอกนายแน่ๆ...

 

...รอฉันสักหน่อยเถอะนะ...

 

.............................

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

สงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งใหม่เริ่มอุบัติขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

เหล่าสเป็คเตอร์ทั้งหนึ่งร้อยแปด และไหนยังเหล่าโกลด์เซนต์ที่เข้าสมทบกับจ้าวนรกฮาเดสอีก...ทั้งหมดกำลังเข้าโจมตีปราสาททั้งสิบสองอย่างหนักยิ่งกว่าที่เคยมีมา...

 

และสิ่งที่พวกมันหวัง...ศีรษะของอาธีน่า!!!

 

 

ณ ห้องของเคียวโก

 

ร่างสูงของชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ข้างหน้าต่างส่งผลให้ผ้าคลุมเบื้องหลังโบกสะบัดตามแรงลม เขามีหน้าที่ปกป้องอาธีน่า...หากดวงตาที่กำลังทอดไปไกลนั้นเล่า ส่งจิตใจไปสถิตที่ไหนกันแน่?

 

มิโร เสียงแผ่วนุ่มนวลเอ่ยเรียก ทำให้ชายหนุ่มหันออกจากภวังค์ของตน

 

ครับ? ตอบรับเสียงนั้นด้วยท่าทีนอบน้อม

 

เด็กสาวร่างเล็กผู้นี้คือร่างจุติของเทพีอาธีน่า เพราะอย่างนี้...การเป็นเซนต์จึงมีหน้าที่ต้องปกป้องเธอ...แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที...

 

จะดีเหรอ? ที่ท่านจะต้องสู้...

 

หมายความว่าไงครับ?

 

อดีตโกลด์เซนต์ที่มาโจมตี...มีคา...

 

พอเถอะครับ ตัดบทก่อนที่ซาโอริ...ร่างจุติของอาธีน่าจะได้พูดจนจบ...

 

หากได้ยินชื่อของเขาคนนั้น มิโรรู้ตัวในทันทีทันใดว่าเขาจะทำใจสู้ไม่ได้เลย

 

มิโร ท่านไปจากแซงค์ทัวรี่เถอะนะ... ฉันรู้ว่าพวกท่านน่ะรักกันมาก... ซาโอริเอ่ย หวังเปลี่ยนใจของสกอร์เปี้ยน มิโร

 

แต่พวกเขาฆ่าอัลเดบารัน ร่างสูงพึมพำตอบ

 

หากท่านสู้กับเขา ท่านอาจจะต้องเจ็บยิ่งกว่าตายนะ...

 

ชายหนุ่มชะงักไปในทันที...จริงสินะ...

 

เจ็บ...ยิ่งกว่าตาย...

 

เพราะรัก...มากกว่าชีวิต

 

เพราะรัก...สุดหัวใจ

 

และเพราะรัก...จึงทำอะไรมากกว่านี้...ไม่ได้อีกแล้ว...

 

ผมมีหน้าที่ของเซนต์ที่ต้องทำ

 

ทั้งที่ท่านต้องฆ่าหัวใจของตนเองไปพร้อมกับความตายของอะควอริอัส คามิว อย่างนั้นเหรอ...?

 

ความเงียบบังเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ร่างจุติแห่งเทพีเอ่ยประโยคนั้นจบ...

 

มิโรรู้ดีว่าเทพีอาธีน่าไม่ต้องการให้เขาเจ็บปวด ไม่ต้องการให้เขาทรมานเพียงลำพังหลังจากที่ต้องสู้กับคามิวด้วยตนเอง เพราะความรักยิ่งใหญ่ที่เธอมี...หากแต่...

 

ก็เพราะความรักที่มีให้เซนต์อะควอริอัส จึงไม่อาจยกโทษ...ที่คนรัก...คนที่เชื่อใจทรยศได้...

 

ผมขอโทษ... ก่อนจะผละตัวเดินออกจากห้องไป

 

ซาโอริมองตามแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปด้วยแววตาแสนเศร้า...

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

...นายทำแบบนั้นได้ยังไง...

 

...ทั้งที่สัญญา...จะสู้ร่วมกัน.. จะปกป้องอาธีน่าในฐานะแห่งเซนต์...

 

...ทั้งที่ฉันพร่ำบอกรักนาย...

 

...ทั้งที่ฉันก็รู้ดีว่านายก็รักฉัน...

 

แล้วจะให้ฉันต้องทำร้ายนาย...ทั้งที่เรายังรักกันได้ยังไง!!

 

 

แสงดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้าเหนือปราสาทแห่งราศีกุมภ์สร้างประกายแสงให้แก่เรือนผมสีน้ำเงินของร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างให้งดงามยิ่งกว่าประดับด้วยอัญมณีใดๆ อะควอริอัส คามิว ยืนอยู่ที่ตรงนั้นมาเป็นเวลานับครึ่งชั่วโมงได้สลับกับถอนหายใจเป็นระยะๆ

 

แล้วจู่ๆ วงแขนของใครสักคนก็รวบกระหวัดร่างจากทางด้านหลัง

 

แปลกจัง ไม่รู้หรอกเหรอว่าฉันเข้ามา? เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างใบหู

 

เพราะรู้ว่าเป็นนายที่เข้ามาต่างหาก ถึงได้ปล่อยให้เข้ามาในปราสาทได้ เสียงนุ่มหูเอ่ยตอบ เดาออกเลยว่าคนที่ยืนกอดตัวเองอยู่คงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก็ปกติคนอย่างคามิวปล่อยให้ใครเข้ามาในปราสาทได้ง่ายๆ แบบนี้เสียที่ไหนกัน ก็คงจะมีแต่มิโรแห่งปราสาทราศีพิจิกเท่านั้นกระมัง.. ที่รอดจากไดมอนดัสต์ของคามิวมาได้...

 

กลุ้มใจอะไรหือ? มิโรว่าพลางเกยคางกับไหล่ของอีกคนอย่างวิสาสะ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าความเย็นของลมเบาๆ เพียงเท่านี้ทำอะไรคามิวที่อาศัยอยู่ที่ไซบีเรียจนชินไม่ได้

 

มือเรียวยกขึ้นวางจุดเดียวกับที่ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดอยู่เพียงแผ่วเบาราวกับตอบรับการโอบกอดนั้น...

 

เรื่องของเคียวโกน่ะ...ฉัน... เสียงขาดหายเมื่อสัมผัสบางเบาของริมฝีปากแตะเข้ากับริมใบหูของตน คามิวหันขวับ จ้องหน้าอีกคนที่ยังทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน

 

ทำอะไรของนายน่ะ?! น้ำเสียงยังคงคงระดับสงบเยือกเย็น แต่ใบหน้าที่แดงเรื่อกับดวงตาวาวๆ ก็ทำให้รู้ได้ว่าเจ้าตัวอายไม่น้อย.. มิโรยิ้มพรายก่อนเอ่ยปากอธิบาย

 

คามิว เราคือเซนต์ผู้ปกป้องอาธีน่า...

 

เรามีหน้าที่ปกป้องเทพีอาธีน่า เพราะฉะนั้น...ต่อให้เคียวโกเป็นอย่างที่นายคิด ก็ไม่เห็นเป็นปัญหา เพราะผู้ที่เราสมควรจะสวามิภักดิ์ด้วย...มีเพียงผู้เดียวไม่ใช่หรือ?

 

ร่างสูงโปร่งหันกลับไปมองแสงดาวนอกปราสาท ปล่อยให้บรรยากาศผ่านไปโดยไร้ซึ่งเสียงเข้ารบกวน จนกระทั่ง...

 

นั่นนายจามเหรอ? คามิวเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ขึ้นจากคนเบื้องหลัง

 

อากาศเย็นออก เอ่ยเลี่ยงๆ พลางเพิ่มแรงให้ร่างอุ่นๆ แนบกายมากขึ้น คนถูกกอดส่ายหน้าระอา หาเรื่องแกล้งกอดอีกล่ะสิ...

 

ก็เล่นเดินมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่คล็อธนี่นา... พึมพำออกมาเบาๆ พอให้อีกฝ่ายได้ยิน

 

ก็คามิวเองก็ไม่ได้ใส่เหมือนกัน ส่งเสียงอ้อนข้างใบหูเหมือนเด็กๆ คามิวถอนใจพรืด

 

ก็ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จต่างหาก เถียงคืน แล้วค่อยๆ เอนตัวลงซบกับแผ่นอกกว้างเบื้องหลัง

 

มิโรกระชับอ้อมแขนแล้วคลี่ยิ้ม...

 

รักนายจัง...

 

เสียงกระซิบอ้อนกับลมหายใจอุ่นๆ ที่ลอยปะทะข้างแก้มนั่นทำให้เกิดรอยยิ้มบางๆ คลี่ขึ้นบนใบหน้างดงาม

 

Cest très lamour

 

อย่าพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสสิ... ก็รู้นี่นาว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง... ถึงคำพูดของมิโรจะฟังดูตัดพ้อ แต่รอยยิ้มระบายที่มุมปากก็ทำให้รู้ว่าตัวคนพูดไม่ได้จริงจังอะไรนัก ชายหนุ่มเอื้อมไปดึงมือเรียวมาทาบไว้ที่แก้มของตน...

 

เมื่อไหร่คามิวจะบอกฉันสักทีว่ารัก...

 

...อีกไม่นานหรอก...

 

จบประโยค คามิวก็โน้มคอคนเบื้องหลังลงมาแล้วเงยหน้าขึ้นประทับรอยจุมพิตที่ข้างแก้ม...

 

Je taimeMilo

 

แม้จะไม่ทราบว่าประโยคที่คนรักเอ่ยแปลว่าอะไร แต่อย่างน้อยชายหนุ่มร่างสูงก็สามารถมองเห็นถึงความรักที่เต็มเปี่ยมภายในดวงตาสีฟ้าเข้มคู่งามได้เป็นอย่างดี...

 

เขายอมรับ...ว่าต้องการได้ยินคำบอกรักจากคนปากแข็งที่หลงรักหมดหัวใจตรงนี้...

 

แต่เขาไม่จำเป็นต้องได้รับการยืนยัน...

 

...ไม่จำเป็น...ต้องได้อะไรมากกว่านี้เลย...

 

มิโรคลายมือข้างหนึ่งออกจากเอวบาง ยกมันขึ้นคลึงกับริมฝีปากสีอ่อนของคามิว...

 

...ก็เพราะรู้ดีอยู่แล้ว...ว่าเรารักกัน...มากมายปานนี้...

 

ริมฝีปากของทั้งสองประกบเข้าหากันอย่างนิ่มนวล..เชื่องช้า...เนิ่นนาน......

 

 

...สักวัน...ฉันจะต้องยอมบอกนายแน่ๆ...รอฉันสักหน่อยเถอะนะ...

 

ได้สิ...ต่อให้ต้องรอนานเท่าไหร่...ฉันก็จะรอ...

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

...ใช่...และจนถึงปัจจุบันนี้...ถึงแม้นายจะไปเข้าอยู่กับฮาเดสแล้วก็ตาม...

 

......ฉันก็ยังรอ...คามิว......

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

ชากะตายแล้ว!!!

 

ความจริงที่ว่าสหายได้เสียชีวิตไปถึงสองคนทำให้เขาถอนตัวจากปราสาทราศีพิจิกเพื่อเดินทางไปยังปราสาทราศีกันย์อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้แค้นให้เพื่อน..เพื่ออัลเดบารัน...เพื่อชากะ...และเพื่ออาธีน่า...

 

ถึงใจหนึ่งจะอัดแน่นไว้ด้วยความแค้น หากแต่..อีกใจหนึ่งเล่า?

 

มิโรรับรู้ถึงหัวใจตนเองได้ดีว่ากำลังหวัง...ความรู้สึกที่น่ารังเกียจ.....หวัง...อยากจะพบอีกครั้ง...

 

ความสูญเสียเมื่อการต่อสู้ครั้งสิบสองปราสาทนั้นยังตราตรึงนัก... ความทรมานใจแทบสลายเมื่อเห็นร่างไร้ชีวิตของคามิวนั้นแทบจะฉีกกระชากร่างของเขาออกจากกันเป็นชิ้นๆ ...ร่างที่เย็นชืดนั้น...เป็นร่างของคนรัก......คนที่รัก..หมดใจ...

 

รับรู้ได้ดีตั้งแต่ที่คามิวแช่ลูกศิษย์ของตนไว้ในโลงน้ำแข็งแล้ว ว่าหากเฮียวกะออกมาได้...คามิวจะทุ่มทุกอย่างเพื่อสั่งสอนศิษย์เป็นครั้งสุดท้าย เพราะอย่างนี้ เขาถึงได้พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะหยุดเฮียวกะไว้...ทั้งรู้ ว่าเป็นความปรารถนาของคามิว...

 

และเมื่อคนรักได้สูญสิ้นในศึกครั้งนั้น เขาก็อยู่ในสภาพคนใกล้ตายมาตลอด และนี่..คือสาเหตุของความหวังอันน่ารังเกียจนี้...ทั้งรู้ดี ว่าฐานะของคามิวตอนนี้..คือศัตรู...

 

มิโรกำลังหวัง...ขอเพียง...ได้พบสักครั้ง...

 

 

บันไดของปราสาทราศีกันย์ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปช้าๆ...

 

ปราสาทเหมือนกับร้างผู้คน ทั้งๆ ที่ความจริงน่าจะพบทั้งซากะ ชูร่า ไอโอเรียและมู...

 

มิโรกวาดสายตาไปรอบๆ...

 

มิโร...

 

น้ำเสียงคุ้นเคยนั่นทำให้เซนต์สกอร์เปี้ยนชะงัก

 

ร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากหลังเสาต้นใหญ่นั้นทำให้หัวใจของมิโรถูกบีบอย่างแรง...

 

......คามิว......

 

โหยหา คิดถึงจนแทบจะกระโจนเข้าไปโอบกอดจนเนื้อกายหลอมรวมกัน วินาทีนั้น ความแค้น หน้าที่และเหตุการณ์เบื้องหลังทั้งหมดได้สูญหายจากความทรงจำของร่างสูงในชั่วพริบตา

 

ร่างตรงหน้ายังคงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน ทั้งรูปร่างโปร่งบาง ผมยาวสีน้ำทะเลและดวงตาคู่งาม ทั้งท่วงท่าเข้มแข็ง สง่างามแฝงด้วยความนิ่มนวลอ่อนโยนแม้อยู่ในชุดคล็อธแตกหักนั้น ทุกเส้นสายตราตรึงไว้ในความทรงจำของเขาจนไม่อาจลบเลือนได้ด้วยแค่การลาจากกันด้วยความตาย...

 

ริมฝีปากแห้งผากเอ่ยเสียงไม่ออก จากที่เคยคิดว่าเมื่อมาถึงจะลงมือโจมตีในทันทีเพื่อไม่ให้ตนเองรู้สึกเจ็บปวดให้มันมากนัก... แต่ตอนนี้ มิโรได้แต่เพียงยืนตะลึงลานทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รำพึงกับตนเองในใจ...

 

คนๆ นี้มีอิทธิพลกับเรามากขนาดนี้เลยหรือ...

 

คามิวหยุดยืนห่างจากเขาด้วยระยะทางไม่ห่างกันนัก สบสายตากับแววตาที่ตื่นตะลึงของฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่สะทกสะท้าน ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเผยอเอ่ย

 

นายมาทำไม?

 

เหมือนกับว่าคำพูดนั้นทำให้มิโรได้สติ กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่แสนโหดร้าย

 

ดวงตาสีฟ้ากร้าวขึ้นทันที...คามิวในตอนนี้คือศัตรู...ศัตรูที่ทรยศต่ออาธีน่า ...ศัตรูที่บังอาจฆ่าชากะ ...ศัตรูที่ทำลายศักดิ์ศรีในความเป็นเซนต์ของตนจนสิ้น ...ศัตรู......ที่ไม่ใช่คนที่เขารักสุดหัวใจ...อีกต่อไปแล้ว...

 

ฉันควรจะถามแกมากกว่านะ

 

คามิวสะอึกทันทีเมื่อได้ยินเสียงกร้าวต่างจากทุกครั้งที่นุ่มนวลอ่อนโยน ดวงตาไร้แววคู่สวยไหววูบสะท้านด้วยความเจ็บร้าวที่พุ่งขึ้นจุกในอก... นึกขอบคุณชากะที่ทำลายประสาทดวงตา...ไม่อย่างนั้น...การได้เห็นภาพของมิโรที่ตั้งท่าจงเกลียดจงชังคงแทบทำให้จิตใจของเขาแหลกสลายจนสิ้น...

 

พวกแกหายไปไหนหมด? เอ่ยถามเมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งไป ยอมรับว่าความโกรธในฐานะโกลด์เซนต์มันบังตา...

 

...แต่เห็นบ้างรึเปล่ามิโร...ความเจ็บปวดในดวงตาที่เคยหลงรักคู่นั้น...

 

...สังเกตบ้างไหม...น้ำตาที่รื้นขอบดวงตานั่น...

 

...ได้ยินบ้างไหม...ความในใจที่คนตรงหน้าร่ำร้องให้ได้ยิน...

 

...เข้าใจบ้างไหม...ความรู้สึก...ของคนที่รักนาย...มากขนาดนี้...

 

ร่างสูงโปร่งกลืนก้อนสะอื้นลงคอ... นี่คือทางที่เขาเลือกเอง คือทางที่เลือกแล้ว ...และไร้ซึ่งหนทางถอยกลับ...

 

อยากรู้... นายคงต้องเอาชนะฉันก่อน... และจบประโยคนั้น มือทั้งสองก็ยกขึ้นประสานกันเหนือศีรษะของตน มิโรชะงักในทันที...นั่นคือ...

 

ท่าไม้ตายของอะควาริอัส คามิว...ออโรร่า เอ็กซ์คิวชั่น!!

 

 

เป็นอะไรไปล่ะมิโร... ถ้าฉันลงมือตอนนี้นายไม่รอดแน่นะ... เอ่ยเมื่อรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านิ่งไป ไม่ตั้งท่าป้องกันหรือตอบโต้อย่างที่ควรจะเป็น

 

ร่างสูงกัดฟันกรอด ใช่ ...ถ้าคามิวลงมือล่ะก็... เขาคงต้องตายแน่... ไม่ก็เจ็บหนักชนิดลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว...

 

แต่เขาทำไม่ลง...

 

...จะให้ฉันใช้ท่าไม้ตายกับนายงั้นหรือ? จะให้หันเข็มพิษแมลงป่องกับนายงั้นหรือ?...

 

เป็นอะไรไป...หรือว่า... ริมฝีปากบางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน... ยังอาลัยอาวรณ์ฉันอยู่อย่างนั้นหรือยังไง?

 

ว่าไงนะ?! มิโรตวาดเสียง ใช่สินะ...นี่ไม่ใช่คามิวอีกแล้ว...ไม่มี..คามิวคนนั้น...อีกแล้ว......

 

แล้วแกจะเสียใจ นิ้วมือแกร่งถูกยกขึ้นตั้งตรงขึ้นฉากกับระดับพื้น แล้วฉันจะโจมตีแก...ให้ล้มด้วยการทำลายเพียงครั้งเดียว...

 

...ฉันจะทำลายหัวใจที่มีแต่ความโสมมของแกให้ดู!!!

 

คามิวหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน นี่เป็นการใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่น้อยนิด.. รอยยิ้มหยันที่ออกมานั้นไม่ได้ให้แก่คนรัก...แต่มอบให้แก่ตัวเอง...

 

นี่จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย...บทลงโทษของผู้ที่ทรยศ...อย่างน้อยมิโรก็คิดแบบนั้น...

 

...ใช่...เพราะมิโรเอง...ยังคิดแบบนั้น...

 

มือที่ประสานกันอยู่เหนือศีรษะค่อยๆ เหวี่ยงออกมาช้าๆ

 

นิ้วแกร่งขยับไหวตามทันที

 

สการ์เล็ท นีดเดิ้ล!!

 

ออโรร่า เอ็กซ์คิวชั่น!!

 

 

พริบตานั้น มิโรรู้ตัวในทันทีว่าเขาพลาดไปอย่างมหันต์!!!

 

ท่าออโรร่า เอ็กซ์คิวชั่นของคามิวนั้น เมื่อทอดแขนลงมาจุดหัวใจจะถูกบังไว้ด้วยไอเย็นซึ่งจะทำให้พิษแมลงป่องของเขาถูกแช่แข็งไปในทันที และตัวมิโรเองนั่นแหละ...ที่จะโดนการโจมตีอย่างรุนแรงของคามิวซัดออกไปแทน ...แต่ความเร็วขนาดนี้มันหยุดไม่ได้แล้ว..ท่าไม้ตายเข็มพิษสีเลือดอันไร้ผลพุ่งผ่านออกไป...

 

ชายหนุ่มหลับตาแน่นรับความพ่ายแพ้ที่เยื้องกรายเข้าหา...

 

เปรี้ยง!!!!

 

เสียงกระทบดังสนั่นทำให้มิโรต้องลืมตาขึ้นมองอย่างประหลาดใจ ไม่มีแม้เกล็ดหิมะสักเกล็ด..ไม่มีไอเย็นสัมผัสแม้ปลายนิ้วของเขา...ทำไม..?

 

และความคิดที่แสนน่ากลัวก็ผุดขึ้นมาในสมองของมิโร...

 

หรือว่า!!?

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้า...

 

ร่างโปร่งบางที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายของตน คามิวปล่อยให้แขนทั้งสองข้างตกลงข้างกายก่อนที่จะได้ออกพลังโจมตี ..และ...ส่งผลให้เข็มพิษของมิโรแทงเข้าที่ร่างกาย..เข้าที่หัวใจพอดี...

 

คามิว.. ร่างสูงส่งเสียงแห้งหากออกจากลำคอ

 

คนถูกเรียกชื่อส่งรอยยิ้มบางๆ มาให้ หากเป็นรอยยิ้มที่อ่อนหวาน...เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่มิโรคุ้นเคยดีที่สุด..

 

ก่อนที่ร่างโปร่งจะเอนเอียงล้มลง!!!

 

 

คามิว!!!

 

มิโรถลาทีเดียวเข้ารับร่างที่กำลังจะล้มไว้ได้ รีบจัดแจงประคองให้นอนลง..ควานหาจุดห้ามเลือดด้วยมือที่สั่นระริก...

 

พอเถอะ...มิโร... เสียงแผ่วเบาพร้อมนิ้วเรียวที่แตะเข้ากับมือแกร่งอย่างอ่อนโยนราวกับจะปลอบใจ ทั้งๆ ที่คิ้วเรียวขมวดด้วยความเจ็บปวดที่สะท้านขึ้นมาตามแผ่นอกพร้อมกับหยาดเลือดที่ไหลไม่หยุดจากปากแผล

 

อย่าพูดอะไรนะ!! ฉันจะช่วยนายเดี๋ยวนี้...จะ..ช่วยเดี๋ยวนี้แหละ.. ราวกับไม่รู้สึกตัว เสียงทุ้มของมิโรสั่นระริก จิตใจกระวนกระวายแทบคลั่ง หน้าที่และความแค้นถูกวางทิ้งไว้ข้างหลัง..

 

ไม่อยากสูญเสีย...

 

เพราะครั้งแรกที่คามิวจากไป..รู้ดีว่าเจ็บแค่ไหน รู้ดีว่าทรมานขนาดไหน..

 

หากสูญเสีย..เป็นครั้งที่สอง.....คงจะทนไม่ได้...

 

มันเป็น..บทลงโทษ.. น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นและนิ้วสอดประสาน คามิวกำมือของร่างสูงไว้แน่นแล้วเอ่ยต่ออย่างไม่สู้ดีนัก บทลงโทษ...ของผู้...ทรยศ...

 

บอกว่าอย่าไง... มิโรพึมพำ เขาไม่อยากฟังคำพูดใดๆ อีกแล้ว ความคิดในตอนนี้มีเพียงจะไม่ยอมปล่อยร่างตรงหน้าให้จากไปอีก...ไม่เอาอีกแล้ว...ความเหน็บหนาวที่เหมือนกับแช่อยู่ในทะเลอันเย็นเยียบเพียงลำพังนั่น...

 

เลือดสีสดจากร่างของคามิวไหลช้าๆ หากแต่ไม่ยอมหยุด ยิ่งมองตามภาพนั้น ร่างสูงรู้สึกได้ว่าขอบตาของตนเองร้อนผะผ่าว...

 

คามิว..จงใจหยุดการโจมตี..เพื่อฉันใช่ไหม?..

 

ทำเพื่ออะไรกัน...

 

....ทั้งที่...หากนายต้องการ...

 

..ทิ้งให้ได้ทั้งชีวิตอยู่แล้วคนดี...เพื่อนาย...เพื่อคามิวเท่านั้น......

 

 

คามิว!! แข็งใจหน่อย! มองหน้าฉันไว้นะ ฉันจะพานายไป..

 

มิโร...ยังรอฉัน..อยู่ไหม?.. เสียงแหบแห้งแผ่วเบาเอ่ย ทำให้คนถูกเรียกชะงัก ก้มหน้าลงมองร่างในอ้อมแขนของตน ที่ตอนนี้ปิดเปลือกตาสนิท เม็ดเหงื่อใสผุดพรายขึ้นตามหน้าสวยซึ่งทำให้มิโรรู้ว่าเขารอช้าไม่ได้แล้ว...

 

อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยคนดี.. ชายหนุ่มกระชับมือเย็นเฉียบที่กุมอยู่ อีกข้างก็ประคองอีกฝ่ายเตรียมจะอุ้มขึ้นพาดบ่า หากแต่แรงดึงที่มือทำให้เขาสะดุดกึก ก้มลงมองใบหน้าที่รักสุดหัวใจซึ่งเผือดขาวลงเรื่อยๆ..

 

MiloCest trèslamour.นิ..นี่คือ...ความรัก...จริงๆ สินะ...

 

มิโรนิ่งไปกับถ้อยคำที่สะดุดไม่ปะติดปะต่อนั้น ถ้อยคำที่เขาแปลไม่ออกในคืนที่ยืนมองดวงดาวอันงดงามกับคนรัก.. ถ้อยคำในคืนที่แลกรอยจูบอ่อนหวานให้แก่กัน...ค่ำคืนนั้น..ดุจจะเกิดขึ้นมานานเหลือเกินแล้ว...

 

คามิว... รำพึงชื่อของคนรักออกมาด้วยน้ำเสียงสั่น..

 

 

Je taime...รักนาย...มิโร...

 

 

คำพูดที่รอคอยมานานแสนนาน ...รอคอยทั้งคนรอฟัง..และคนที่อยากพูด...

 

คามิว....อย่า.......... หยาดน้ำใสไหลลงตามซีกหน้าคม เข้าใจแล้ว...จุดประสงค์ของคามิว...เพียงกลับมาเพื่อบอกเขาถึงคำๆ นี้..

 

...แล้ว...อะควอริอัส..คามิว...ก็จะจากไป..ตลอดกาล...

 

........รัก...... ประสาททุกด้านชา พร่ามัวจนไม่รับรู้ถึงสิ่งใด ..สิ่งที่คามิวทำได้ในตอนนี้..คือการบอกถึงถ้อยคำและความรู้สึกที่อัดแน่นแทบระเบิดในใจให้อีกฝ่ายได้รับรู้...

 

.......รัก............มิ...โร........ ลมหายใจแผ่วเบาลงทุกที.....ทุกที........ ...........รัก...เหลือเกิน.......

 

ไม่นะ....อย่านะ.... มิโรกอดร่างโปร่งบางของอีกฝ่ายไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ราวกับกลัวว่าคามิวจะสลายไปกับอากาศรอบกาย น้ำตาร้อนๆ หยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบผิวแก้มเนียน...

 

............ใครก็ได้...ช่วยทำให้เรื่องนี้เป็นเพียงแค่ฝันที....

 

....และหากเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า...ก็จะพบรอยยิ้มจางๆ อบอุ่นของคามิวคอยรับอรุณ.......เหมือนที่เคยเป็น.......

 

.Non, มิโร........อย่า.....ร้องไห้......เลย..... มือไร้เรี่ยวแรงพยายามยกขึ้นแตะข้างแก้ม มิโรกุมข้อมือบอบบางนั้นไว้ แล้ววางทาบลงใกล้ดวงตาของตน...

 

......คามิว...เห็นไหม...ฉันร้องไห้นะ......ฉันเจ็บ....

 

เพราะฉะนั้น....ไม่จากไปไม่ได้หรือ...คนดี...

 

อย่าหนีฉันไปในที่ที่ไกลแสนไกลแบบนี้....อย่าไป......ในที่ที่เราจะพบกันไม่ได้อีก....

 

อยู่ด้วยกันนะคามิว....ถือว่าฉันขอร้อง.......

 

...ได้โปรดอยู่กับฉันที...

 

เปล่งเสียงร้องขอแหบปนสะอื้น...ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แล้ว... ชีวิตของคนที่รักที่สุดใกล้สิ้นสุดลง...

 

......ไม่มีทางใดต่อชีวิตให้ร่างอันแสนงดงามตรงหน้า......ร่างที่รักสุดชีวิตตรงหน้าอีกแล้ว.....

 

น่าแปลกที่เมื่อครู่ ประสาทหูของร่างบางนั้นตื้อชา... หัวใจที่เต้นนั้นอ่อนแรงแทบหยุด...... แต่เสียงของมิโรก็ยังชัดก้องในหู...

 

...เสียงหัวใจยังคงเต้นแผ่วๆ เหมือนกับจะบอกว่า..ยินดีให้เจ้าของใช้อีกสักพัก.......

 

 

.........ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของทุกสิ่ง......มิโร..... ปลายนิ้วนิ่มค่อยๆ เกลี่ยน้ำตาออกจากหางตาคม...

 

คา..มิว.... พึมพำเสียงแหบโหยเมื่อข้อเท้าของร่างโปร่งบางเริ่มสลายกลายเป็นละอองเล็กๆ

 

.............แล้วเราจะต้องได้พบกันอีกครั้ง........... คามิวลืมตาขึ้นมอง...ดวงตาที่ถูกชากะทำลายไปแล้วกลับมาใสกระจ่างอย่างที่มิโรรัก...บัดนี้กำลังจับจ้องใบหน้าอาบน้ำตาของชายหนุ่มเพื่อจดจำทุกรายละเอียดไว้เป็นครั้งสุดท้าย...

 

นี่คือครั้งแรกที่มิโรได้เห็นว่าคนรักนั้นงดงามเกินกว่าสิ่งใดๆ ทั้งดวงตาคู่งามส่องประกายนั้น ริมฝีปากบางสีอ่อนที่แย้มยิ้มอ่อนหวานนั้น ใบหน้าอันงดงามอ่อนโยนนั่น...

 

..จะจดจำทุกสิ่งไว้......

 

มิโรก้มหน้าลงประทับริมฝีปากบางเบาๆ อ่อนหวาน...

 

......หาใช่การลาจากไม่.....

 

.........นี่คือของเตือนใจเอาไว้เวลาที่เราต้องห่างกัน....

 

.......จนกว่าจะพบกันใหม่......

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่...ฉันก็ยังจะรักนาย...คนดี.... ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบาแทบกระซิบ

 

ส่วนขาสลายไปเป็นละอองดาว...ตามด้วยส่วนลำตัว หากใบหน้าของอะควอริอัส คามิว ยังคงแย้มยิ้มอ่อนโยนไม่เปลี่ยนแปลง...

 

 

....................และเมื่อพบกันครั้งนั้น.....เราทั้งสองจะได้อยู่เคียงข้างกัน........ตลอดไป.................

 

 

สิ้นประโยค เสียงหัวใจผะแผ่วของร่างบางก็สิ้นสุด...

 

พร้อมกับที่ร่างค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองดาวแสนงาม พร่างพรมลงบนร่างของชายหนุ่มที่นั่งก้มหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ เพียงลำพัง...

 

 

..Je taimeCheri..

 

ฉันรักนายที่สุดเลย....มิโร.....

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

+ + + +บทส่งท้าย + + + +

 

ขอพลังแห่งแสงอาทิตย์จงสาดส่องลงมาในโลกอันดำมืดนี้!!!

 

 

สายธนูแห่งเซนจิทาริอัสลั่นผึง!! พลังของโกลด์เซนต์ทั้งสิบสองที่คืนชีพขึ้นมาพุ่งเข้าใส่กำแพงวิปโยคอันแข็งแกร่ง...

 

และแสงสว่างก็สาดส่อง ณ ดินแดนนรกเป็นครั้งแรก!!!!!

 

โกลด์เซนต์ทั้งสิบสองยืนรอรับผลที่จะตามมาอย่างกล้าหาญ รู้ดีว่าพลังนี้ยิ่งใหญ่และจะทำลายผู้ที่ให้กำเนิดพลังจนดับสูญ...หากแต่แววตาและสีหน้าของทุกคนไม่มีผู้ใดที่หวาดกลัว... เพราะเชื่อมั่นในตัวเซนต์รุ่นหลัง..ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต้องสามารถช่วยอาธีน่า เพื่อกอบกู้โลก...เพื่อรักษาความรักและคุณธรรมบนโลกต่อไปได้อย่างแน่นอน...

 

.............................

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

แสงของพลังแห่งความหวังกำลังใกล้เข้ามาทุกที ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่ายืนนิ่งมองเปลวเพลิงมรณะที่จะเข้ามาคร่าชีวิตตนเองอย่างไม่สะทกสะท้าน...

 

ในอุ้งมือแกร่งนั้น มีข้อมือเพรียวของร่างโปร่งบางที่ยืนอยู่ข้างกาย กุมประสานกันอยู่ข้างใน...

 

สกอร์เปี้ยน มิโร หันมายิ้มให้คนรักอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายถูกประกายแสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ส่องให้งดงามราวรูปสลัก...

 

และได้รอยยิ้มอ่อนโยนงดงามคืนจากอะควอริอัส คามิวเช่นเดียวกัน...

 

รักนายจังคามิวคนดี....

 

...ฉันก็รักมิโรเหมือนกัน...

 

 

...........ความตายไม่ใช่จุดจบของทุกสิ่ง..............เมื่อมีลาจาก....ก็ต้องมีการพบเจอ.........อย่างที่เราได้เจอกันแบบนี้อย่างไร.....

 

.............................

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

แสงสว่างวาบกลืนกินร่างทั้งสิบสองเข้าไปภายใน และกำแพงวิปโยคที่แข็งแกร่งที่สุดก็ถูกทำลายลง....เพื่อบรอนต์เซนต์ที่จะตามมาเบื้องหลัง......

 

.............................

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

 

...............และเราทั้งสองก็จะได้อยู่ด้วยกัน...........ตลอดไป..............

 

+ + + + THE END + + + +

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ฮือ.....ฮือ.....ทามมายซึ้งแบบนี้TT^TT แอมร้องไห้ตั้งแต่เริ่มอ่านเลย แง๊~~~~~~~

#4 By ซาโอริ(แอมจัง) (222.123.161.23) on 2008-02-05 17:50

ฮึ...ฮือ... ซึนะจัง......แต่งได้เยี่ยมมาก!!!!!!! นู๋ร้องไห้ตั้งแต่ต้นยันจบเลย /me ร้องไห้ต่อ แง๊!!!!!!!

#3 By [ yuu e ] on 2006-07-01 23:05

ไม่ไหวแล้ว...ฮือ~~~
อ่านแล้วปวดหัวใจเหลือเกิน กี๊ดส์ๆๆๆ

#2 By kororo on 2006-06-29 20:31

...............TT^TT ทำไมมันซึ้งแบบนี้.....อยากจะบอกว่า....น้ำตาไหลเลย ซึนะจัง....ซึ้ง...TT[]TT โฮ..........ความเจ็บปวดของคนคู่นี้จะสิ้นสุดลงตราบเท่าที่ได้อยู่ด้วยกันตลอดกาล..........

/me ว่าแล้วก็ร้องต่อ แงงงๆๆๆๆๆ มี่มิวจงจาเรินนนนนนนน!!!~ >///////////////< อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก

#1 By [::MiS@ki Pandor@::] on 2006-06-04 12:43