Je t'aime

posted on 03 Jun 2006 22:20 by yonlytwin

Je taime (Milo x Camus)

เมื่อไหร่จะยอมพูดออกมาสักทีล่ะ?

 

...สักวัน...ฉันจะต้องยอมบอกนายแน่ๆ...

 

...รอฉันสักหน่อยเถอะนะ...

 

.............................

 

.....................

 

...............

 

........

 

...

 

สงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งใหม่เริ่มอุบัติขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

เหล่าสเป็คเตอร์ทั้งหนึ่งร้อยแปด และไหนยังเหล่าโกลด์เซนต์ที่เข้าสมทบกับจ้าวนรกฮาเดสอีก...ทั้งหมดกำลังเข้าโจมตีปราสาททั้งสิบสองอย่างหนักยิ่งกว่าที่เคยมีมา...

 

และสิ่งที่พวกมันหวัง...ศีรษะของอาธีน่า!!!

 

 

ณ ห้องของเคียวโก

 

ร่างสูงของชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่ข้างหน้าต่างส่งผลให้ผ้าคลุมเบื้องหลังโบกสะบัดตามแรงลม เขามีหน้าที่ปกป้องอาธีน่า...หากดวงตาที่กำลังทอดไปไกลนั้นเล่า ส่งจิตใจไปสถิตที่ไหนกันแน่?

 

มิโร เสียงแผ่วนุ่มนวลเอ่ยเรียก ทำให้ชายหนุ่มหันออกจากภวังค์ของตน

 

ครับ? ตอบรับเสียงนั้นด้วยท่าทีนอบน้อม

 

เด็กสาวร่างเล็กผู้นี้คือร่างจุติของเทพีอาธีน่า เพราะอย่างนี้...การเป็นเซนต์จึงมีหน้าที่ต้องปกป้องเธอ...แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที...

 

จะดีเหรอ? ที่ท่านจะต้องสู้...

 

หมายความว่าไงครับ?

 

อดีตโกลด์เซนต์ที่มาโจมตี...มีคา...

 

พอเถอะครับ ตัดบทก่อนที่ซาโอริ...ร่างจุติของอาธีน่าจะได้พูดจนจบ...

 

หากได้ยินชื่อของเขาคนนั้น มิโรรู้ตัวในทันทีทันใดว่าเขาจะทำใจสู้ไม่ได้เลย

 

มิโร ท่านไปจากแซงค์ทัวรี่เถอะนะ... ฉันรู้ว่าพวกท่านน่ะรักกันมาก... ซาโอริเอ่ย หวังเปลี่ยนใจของสกอร์เปี้ยน มิโร

 

แต่พวกเขาฆ่าอัลเดบารัน ร่างสูงพึมพำตอบ

 

หากท่านสู้กับเขา ท่านอาจจะต้องเจ็บยิ่งกว่าตายนะ...

 

ชายหนุ่มชะงักไปในทันที...จริงสินะ...

 

เจ็บ...ยิ่งกว่าตาย...

 

เพราะรัก...มากกว่าชีวิต

 

เพราะรัก...สุดหัวใจ

 

และเพราะรัก...จึงทำอะไรมากกว่านี้...ไม่ได้อีกแล้ว...

 

ผมมีหน้าที่ของเซนต์ที่ต้องทำ

 

ทั้งที่ท่านต้องฆ่าหัวใจของตนเองไปพร้อมกับความตายของอะควอริอัส คามิว อย่างนั้นเหรอ...?

 

ความเงียบบังเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ร่างจุติแห่งเทพีเอ่ยประโยคนั้นจบ...

 

มิโรรู้ดีว่าเทพีอาธีน่าไม่ต้องการให้เขาเจ็บปวด ไม่ต้องการให้เขาทรมานเพียงลำพังหลังจากที่ต้องสู้กับคามิวด้วยตนเอง เพราะความรักยิ่งใหญ่ที่เธอมี...หากแต่...

 

ก็เพราะความรักที่มีให้เซนต์อะควอริอัส จึงไม่อาจยกโทษ...ที่คนรัก...คนที่เชื่อใจทรยศได้...

 

ผมขอโทษ... ก่อนจะผละตัวเดินออกจากห้องไป

 

ซาโอริมองตามแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปด้วยแววตาแสนเศร้า...

 

+ + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + + +

 

...นายทำแบบนั้นได้ยังไง...

 

...ทั้งที่สัญญา...จะสู้ร่วมกัน.. จะปกป้องอาธีน่าในฐานะแห่งเซนต์...

 

...ทั้งที่ฉันพร่ำบอกรักนาย...

 

...ทั้งที่ฉันก็รู้ดีว่านายก็รักฉัน...

 

แล้วจะให้ฉันต้องทำร้ายนาย...ทั้งที่เรายังรักกันได้ยังไง!!

 

 

แสงดาวที่พร่างพรายบนท้องฟ้าเหนือปราสาทแห่งราศีกุมภ์สร้างประกายแสงให้แก่เรือนผมสีน้ำเงินของร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่างให้งดงามยิ่งกว่าประดับด้วยอัญมณีใดๆ อะควอริอัส คามิว ยืนอยู่ที่ตรงนั้นมาเป็นเวลานับครึ่งชั่วโมงได้สลับกับถอนหายใจเป็นระยะๆ

 

แล้วจู่ๆ วงแขนของใครสักคนก็รวบกระหวัดร่างจากทางด้านหลัง

 

แปลกจัง ไม่รู้หรอกเหรอว่าฉันเข้ามา? เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างใบหู

 

เพราะรู้ว่าเป็นนายที่เข้ามาต่างหาก ถึงได้ปล่อยให้เข้ามาในปราสาทได้ เสียงนุ่มหูเอ่ยตอบ เดาออกเลยว่าคนที่ยืนกอดตัวเองอยู่คงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก็ปกติคนอย่างคามิวปล่อยให้ใครเข้ามาในปราสาทได้ง่ายๆ แบบนี้เสียที่ไหนกัน ก็คงจะมีแต่มิโรแห่งปราสาทราศีพิจิกเท่านั้นกระมัง.. ที่รอดจากไดมอนดัสต์ของคามิวมาได้...

 

กลุ้มใจอะไรหือ? มิโรว่าพลางเกยคางกับไหล่ของอีกคนอย่างวิสาสะ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งที่รู้ดีอยู่แล้วว่าความเย็นของลมเบาๆ เพียงเท่านี้ทำอะไรคามิวที่อาศัยอยู่ที่ไซบีเรียจนชินไม่ได้

 

มือเรียวยกขึ้นวางจุดเดียวกับที่ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดอยู่เพียงแผ่วเบาราวกับตอบรับการโอบกอดนั้น...

 

เรื่องของเคียวโกน่ะ...ฉัน... เสียงขาดหายเมื่อสัมผัสบางเบาของริมฝีปากแตะเข้ากับริมใบหูของตน คามิวหันขวับ จ้องหน้าอีกคนที่ยังทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน

 

ทำอะไรของนายน่ะ?! น้ำเสียงยังคงคงระดับสงบเยือกเย็น แต่ใบหน้าที่แดงเรื่อกับดวงตาวาวๆ ก็ทำให้รู้ได้ว่าเจ้าตัวอายไม่น้อย.. มิโรยิ้มพรายก่อนเอ่ยปากอธิบาย

 

คามิว เราคือเซนต์ผู้ปกป้องอาธีน่า...

 

เรามีหน้าที่ปกป้องเทพีอาธีน่า เพราะฉะนั้น...ต่อให้เคียวโกเป็นอย่างที่นายคิด ก็ไม่เห็นเป็นปัญหา เพราะผู้ที่เราสมควรจะสวามิภักดิ์ด้วย...มีเพียงผู้เดียวไม่ใช่หรือ?

 

ร่างสูงโปร่งหันกลับไปมองแสงดาวนอกปราสาท ปล่อยให้บรรยากาศผ่านไปโดยไร้ซึ่งเสียงเข้ารบกวน จนกระทั่ง...

 

นั่นนายจามเหรอ? คามิวเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงแปลกๆ ขึ้นจากคนเบื้องหลัง

 

อากาศเย็นออก เอ่ยเลี่ยงๆ พลางเพิ่มแรงให้ร่างอุ่นๆ แนบกายมากขึ้น คนถูกกอดส่ายหน้าระอา หาเรื่องแกล้งกอดอีกล่ะสิ...

 

ก็เล่นเดินมาทั้งๆ ที่ไม่ได้ใส่คล็อธนี่นา... พึมพำออกมาเบาๆ พอให้อีกฝ่ายได้ยิน

 

ก็คามิวเองก็ไม่ได้ใส่เหมือนกัน ส่งเสียงอ้อนข้างใบหูเหมือนเด็กๆ คามิวถอนใจพรืด

 

ก็ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จต่างหาก เถียงคืน แล้วค่อยๆ เอนตัวลงซบกับแผ่นอกกว้างเบื้องหลัง

 

มิโรกระชับอ้อมแขนแล้วคลี่ยิ้ม...

 

รักนายจัง...

 

เสียงกระซิบอ้อนกับลมหายใจอุ่นๆ ที่ลอยปะทะข้างแก้มนั่นทำให้เกิดรอยยิ้มบางๆ คลี่ขึ้นบนใบหน้างดงาม

 

Cest très lamour

 

อย่าพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสสิ... ก็รู้นี่นาว่าฉันฟังไม่รู้เรื่อง... ถึงคำพูดของมิโรจะฟังดูตัดพ้อ แต่รอยยิ้มระบายที่มุมปากก็ทำให้รู้ว่าตัวคนพูดไม่ได้จริงจังอะไรนัก ชายหนุ่มเอื้อมไปดึงมือเรียวมาทาบไว้ที่แก้มของตน...

 

เมื่อไหร่คามิวจะบอกฉันสักทีว่ารัก...

 

...อีกไม่นานหรอก...

 

จบประโยค คามิวก็โน้มคอคนเบื้องหลังลงมาแล้วเงยหน้าขึ้นประทับรอ